ดอยทองที่ 80,000 จะแก้ยังไง? เปิดสูตรลงทุนครึ่งปีหลัง 2569 จากกูรูทอง ฮั่วเซ่งเฮง-YLG

Investment

Gold

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ดอยทองที่ 80,000 จะแก้ยังไง? เปิดสูตรลงทุนครึ่งปีหลัง 2569 จากกูรูทอง ฮั่วเซ่งเฮง-YLG

Date Time: 1 ส.ค. 2569 08:00 น.

Video

รู้จัก National ITMX เบื้องหลัง PromptPay ที่คนไทยใช้กันทั้งประเทศ | Digital Frontiers EP.68

Summary

ช่วงต้นปี 2569 ราคาทองคำที่เคยพุ่งแรงทะลุ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ตอนนี้กลับร่วงลงมาที่ 64,000 บาทต่อบาททองคำ ทำเอาหลายคน "ติดดอย" จนเริ่มกังวลว่าจะปรับแผนลงทุนทองยังไงดี

Latest


ช่วงต้นปี 2569 ราคาทองคำที่เคยพุ่งแรงทะลุ 80,000 บาทต่อบาททองคำ ตอนนี้กลับร่วงลงมาที่ 64,000 บาทต่อบาททองคำ ทำเอาหลายคน "ติดดอย" จนเริ่มกังวลว่าจะปรับแผนลงทุนทองยังไงดี

Thairath Money สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับราคาทองคำช่วงครึ่งหลังปี 2569 จากรายการ Money Issue EP. 70 ที่ชวน 2 กูรูอย่าง ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด และ เบญจมา มาอินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) มาเจาะลึกเรื่องทองคำในทุกมิติให้ทุกคนเข้าใจแบบง่ายๆ 

ครึ่งหลังปี 2569 ราคาทองคำจะร่วงต่อไหม? 

ต้นปีที่ผ่านมา ราคาทองไทยเคยทะลุ 80,000 บาท ฝั่งราคาทองคำโลก (Gold Spot) เคยทะลุ 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ตอนนี้กลายเป็นขาลงอย่างต่อเนื่อง โดยจุดต่ำสุดของ Gold Spot ของปี 2569 นี้อยู่ที่ระดับ 3,950 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

สาเหตุหลักที่ราคาทองคำร่วงลงแรงนั้น เบญจมา จาก YLG เล่าให้ฟังว่า ปี 2568 จนถึงต้นปี 2569 ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น แต่หลังเกิดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านไม่นานเริ่มเห็นความต้องการเงินสดและเกิดแรงเทขายทำกำไรจากทองคำ โดยเฉพาะในตลาด ETF ทองคำ จนเกิดการปรับฐานรอบใหญ่ ซึ่งในระยะสั้นนี้ยังมีหลายปัจจัยที่อาจกระทบให้ราคาทองคำผันผวน 

อย่างแรก การขยับตัวของ Donald Trump ประธานธิบดีสหรัฐฯ ผ่านช่องทางอย่าง Truth Social ที่เมื่อทวีตข้อความต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นทอดๆ รวมถึงต้องติดตามสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่จะส่งผลต่อราคาทองคำโดยตรง เช่น หากสงครามฯ เริ่มสงบ ราคาน้ำมันปรับลดจนส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อลดลง และทำให้การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลดท่าทีการขึ้นดอกเบี้ยอย่าง Aggressive สถานการณ์นี้อาจหนุนให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันถ้าสงครามไม่จบ อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันทองคำ

แต่จะลงไปลึกแค่ไหนนั้นทาง ศิริลักษณ์ เครือฮั่วเซ่งเฮง เล่าให้ฟังว่า จากสถิติการเคลื่อนไหวราคาทองคำในอดีตมี 2 จุดที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนต่างจับตามองกันคือ Gold Spot ที่ระดับ 3,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพราะถ้าหลุดต่ำกว่าจุดนี้ไปจะถือว่าต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (SMA 200) ซึ่งในทางเทคนิคถือเป็นสัญญาณขาลงทั้งระยะสั้นและระยะยาว 

ส่วนในภาพรวมครึ่งปีหลัง 2569 นี้ มองว่ามี 5 ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1) สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน 2) ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed 3) Fund Flow ของนักลงทุนที่หลังเกิดสงครามเม็ดเงินไหลออกจากตลาดทองคำไปมาก 4) การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พ.ย. 2569 5) De-dollarization แรงซื้อจากธนาคารกลาง

ทองคำมีโอกาสกลับมาแตะ 80,000? 

เมื่อราคาทองคำผันผวนหลายคนคิดว่ายังมีโอกาสที่ทองจะกลับมาพุ่งสูง แต่ในสายตานักวิเคราะห์มองเรื่องนี้กันยังไง 

เริ่มกันที่ เบญจมา YLG บอกว่า ตอนนี้ทองคำปรับฐานไปแล้ว แม้มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นบ้าง แต่โอกาสที่จะดีดตัวพ้นดอย 80,000 บาทต่อบาททองคำยังมีความเป็นไปได้ค่อนข้างต่ำมาก โดยเฉพาะจากสถานการณ์ต่างๆ ในปัจจุบัน 

ทั้งนี้ คาดว่าราคาทองคำไทยภายในปี 2569 นี้มองว่ามีโอกาสที่บางจังหวะจะขึ้นไปสู่ระดับ 77,000 บาทต่อบาททองคำ ส่วน Gold Spot มีโอกาสที่จะขึ้นไปที่ระดับ 4,890-5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ในระยะยาวมองว่าราคาทองคำที่ราว 3,900 - 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถือเป็น Value Zone ที่ควรเข้าสะสม

“การปรับฐานรอบปี 2020 (2563) ใช้เวลาประมาณ 790 วัน เพราะฉะนั้นอย่างน้อยๆ ประมาณ 61.8% ของช่วงเวลาดังกล่าว ก็คือรอบนี้น่าจะใช้ระยะเวลาปรับฐานถึงพ.ค. ปีหน้า (2570) คืออดทนอีก 10 เดือน การปรับฐานจบราคาทองคำก็มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น แต่ว่าถ้าหากว่า Fed ขึ้นดอกเบี้ย Aggressive ก็มีโอกาสที่การปรับฐานอาจลากยาวออกไป” เบญจมา กล่าว

ขณะที่ ศิริลักษณ์ เครือฮั่วเซ่งเฮง มีมุมมองเดียวกันว่าปี 2569 นี้ราคาทองคำอาจไม่ไปสู่ระดับ 80,000 บาทต่อบาททองคำ แต่ปี 2570 มีโอกาสที่ชาวดอยจะหลุดดอยที่หนาวเหน็บนี้ โดยในปี 2569 นี้ราคาทองคำไทยอาจเห็นที่ระดับ 74,000-75,000 บาทต่อบาททองคำ ส่วน Gold Spot มีแนวต้านแรกที่ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถ้าผ่านไปได้จะเพิ่มโอกาสให้ทองไต่ขึ้นสู่ระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

จากสถิติในอดีต ทองโลกมีผลตอบแทนเฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ 16% ต่อปี (ทองไทยอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน) ขณะเดียวกันเมื่อราคาทองคำที่ปรับลดลงแรงมักมีการฟื้นตัวในระดับสูงด้วย เช่น ปี 2566 ที่ราคาทองคำร่วงลง 15% แต่ก็กลับมาบวก 30% ดังนั้น จึงยังคงมุมมองว่าในช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2570 มีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำทำ All Time High 

“สมมุติสิ้นปี (2569) อยู่ที่ประมาณ 4,900-5,000 ดอลลาร์ฯ ขึ้นไปอีก 16% เราก็จะได้ตัวเลขประมาณ 5,700 - 5,800 ดอลลาร์ฯ แสดงว่าหลุดดอยแล้วจากดอยเราอยู่ 5,500 ดอลลาร์ฯ ปีหน้ามีโอกาสหลุดดอย” ศิริลักษณ์ กล่าว

คาดการณ์ราคาทองคำสิ้นปี 2569

ฮั่วเซ่งเฮง: 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (70,000 บาทต่อบาททองคำ) 

YLG: 4,100 - 4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (65,000-67,000 บาทต่อบาททองคำ) บนสมมติฐาน Fed ขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปี 2569

กูรูทองแนะนำเทคนิคไหนในการลงทุน 

จากการพูดคุยในรายการ Money Issue ทั้ง ศิริลักษณ์ จากเครือฮั่วเซ่งเฮง และ เบญจมา จาก YLG แนะนำกลยุทธ์สำคัญในการลงทุนทองคำไม่ว่าจะระยะสั้นหรือยาว คือ ไม่ทุ่มหมดหน้าตัก หรือ All-in และต้องเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้จริง โดยแบ่งเป็น

1. สำหรับมือใหม่หรือคนไม่มีเวลา 

แนะนำกลยุทธ์ Dollar Cost Averaging (DCA) ที่เราจะทยอยซื้อทองคำสะสมด้วยจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตัดอารมณ์ความรู้สึก ลดความเสี่ยงจากการกะจังหวะพลาด และเป็นการสร้างวินัยการออมในระยะยาว โดยมองว่า Gold Spot ที่ช่วงราคาต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

2. สำหรับนักลงทุนสายเก๋า 

ศิริลักษณ์ แนะนำกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่ติดตามสถานการณ์ตลาด อาจแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ และทยอยเข้าซื้อในช่วงราคาที่ต้องการ เพราะทองคำมีโอกาสทั้งขึ้นและลง การแบ่งไม้ซื้อจึงเป็นการกระจายการลงทุนในหลายช่วงราคาเพื่อบริหารต้นทุน ตัวอย่างเช่น เตรียมเงินสำหรับลงทุนทองคำไว้จะแบ่งเงินลงทุนเป็น 3 ไม้ 

  • ไม้ที่ 1 ราว 40% พอร์ต เข้าซื้อช่วง 3,950 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ประมาณ 62,500 บาทต่อบาททองคำ)
  • ไม้ที่ 2  ราว 40% พอร์ต รอเข้าซื้อที่ 3,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ประมาณ 61,000 บาทต่อบาททองคำ)
  • ไม้ที่ 3  ราว 20% พอร์ต เผื่อใจไว้รับลึกสุดที่ 3,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ประมาณ 59,000 บาทต่อบาททองคำ)

3. สำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้น 

เบญจมา เบื้องต้นแนะนำจุดที่ควรเข้าซื้อคือระดับ 3,900 - 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่กลยุทธ์เก็งกำไรทองคำในปีนี้ต่างจากปี 2568 ที่ผ่านมา โดยต้องเน้นเล่นสั้นมากขึ้นเพราะปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยน และการดีดกลับของราคาทองคำจะอยู่ในกรอบ

สมมติถ้าเข้าลงทุนช่วง 3,900 - 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถ้าดีดกลับไปไม่ผ่านแนวต้านที่ราว 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จะขายทำกำไรระยะสั้น (Take Profit) ถือเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม ทว่าหากราคาทองคำดีดขึ้นทะลุ 4,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เชื่อว่าเป็นจุดที่ปล่อยให้ Let Profit Run ปล่อยให้กำไรเติบโตขึ้นจนถึงกรอบบนสุดของทองคำที่ประเมินไว้ราว 4,800 - 4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

สุดท้ายนี้แม้ใครๆ จะมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เมื่อราคายังผันผวนเรายิ่งต้องวางแผนให้ดีก่อนลงทุน ไม่กระจุกความเสี่ยงในทองคำเพียงอย่างเดียว สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจอยากฟังทุกรายละเอียดแบบเต็มๆ สามารถชมรายการ Money Issue EP. 70 ได้เลย



อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney




Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ