รีบซื้อหรือรอก่อน? เปิดจังหวะลงทุนทองคำรอบใหม่

Investment

Gold

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

รีบซื้อหรือรอก่อน? เปิดจังหวะลงทุนทองคำรอบใหม่

Date Time: 24 ก.ค. 2569 09:57 น.

Video

Micron คือใคร ? ทำไมชิงความสนใจตลาด แทน Nvidia | Digital Frontiers EP.66

Summary

ราคาทองคำยังแกว่งตามแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ แล้วนักลงทุนควรวางกลยุทธ์อย่างไร? สรุปมุมมองจาก InterGOLD และ KResearch

Latest


เช้าวันนี้ (24 ก.ค.) ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดร่วง 700 บาท จากวันก่อนหน้าที่ปรับลดไปแล้ว 400 บาท สะท้อนว่าตลาดยังแกว่งแรง แม้ก่อนหน้านี้ทองคำจะเพิ่งทะลุระดับ 66,000 บาท ได้ไม่นาน

จนกลายเป็นคำถามของนักลงทุน ว่า จังหวะนี้ควรรีบซื้อ หรือรอให้ย่อลงอีกก่อน?

InterGOLD มองว่า การฟื้นตัวรอบนี้ยังเป็น Technical Rebound มากกว่าการกลับเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 65,600 บาท และแนวต้านแถว 67,000 บาท จึงแนะนำให้นักลงทุน ทยอยแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นใกล้แนวต้าน และหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อ หากราคาปรับขึ้นแรง

ขณะที่ เบื้องหลังความผันผวนของทองคำในเวลานี้ ไม่ได้มีเพียงแรงซื้อ-ขายในตลาด แต่ยังถูกขับเคลื่อนจากหลายปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ดันราคาน้ำมันขึ้น เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ
  • ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งยังเป็นตัวแปรสำคัญของราคาทอง
  • เงินบาทอ่อนค่า แตะราว 33.8 บาทต่อดอลลาร์ ช่วยพยุงราคาทองไทย แม้ราคาทองโลกจะแกว่ง
  • แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ที่ยังเดินหน้าสะสมทองคำต่อเนื่อง เป็นแรงหนุนระยะกลาง

ภาพนี้สอดคล้องกับมุมมองของ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ที่ประเมินว่า ทิศทางราคาทองคำครึ่งหลังปี 2569 จะยังขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก คือ สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และทิศทางดอกเบี้ยของเฟด

หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย จนแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง และเฟดไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ราคาทองก็มีโอกาสฟื้นตัวได้มากขึ้น แต่หากสงครามยืดเยื้อ ราคาพลังงานยังสูง และเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว ก็อาจทำให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงนานกว่าคาด ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำ

อย่างไรก็ตาม KResearch ยังมองว่า แรงซื้อเชิงโครงสร้างจากธนาคารกลางทั่วโลก ยังคงเป็น "กันชน" สำคัญของตลาดทองในระยะกลาง โดยข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า 78% ของธนาคารกลางถือทองคำเพื่อลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และกว่า 80% ถือทองเพื่อกระจายความเสี่ยงของเงินสำรอง

แล้วนักลงทุนควรทำอย่างไร?

หากเป็น นักเก็งกำไรระยะสั้น การไล่ซื้อในช่วงที่ราคาวิ่งแรงอาจไม่ใช่จังหวะที่เหมาะ เพราะตลาดยังมีโอกาสผันผวนตามข่าวสงครามและการประชุมเฟด

แต่หากเป็น นักลงทุนระยะกลาง-ยาว ทองคำยังคงมีบทบาทเป็นสินทรัพย์กระจายความเสี่ยงของพอร์ต เพียงแต่ควร ทยอยสะสมเป็นรอบ ๆ มากกว่าทุ่มซื้อครั้งเดียว และติดตามปัจจัยมหภาคอย่างใกล้ชิด

สรุปแล้วตอนนี้ "ทองยังไม่ใช่ตลาดขาขึ้นเต็มตัว" แต่ก็ยังไม่ใช่สัญญาณให้หนีออกจากตลาดเช่นกัน สิ่งสำคัญที่สุด คือ เลือกจังหวะเข้าซื้อและขายให้เหมาะกับความเสี่ยงที่รับได้

ที่มา: บทวิเคราะห์ InterGOLD, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch), World Gold Council (WGC)

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ