จับกระแส “ทองคำ และคริปโตฯ”

Investment

Gold

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จับกระแส “ทองคำ และคริปโตฯ”

Date Time: 21 ก.ค. 2569 04:10 น.

Summary

ทิศทางของ “ทองคำ” และ “บิทคอยน์” ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ สงครามการค้า และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังคุกรุ่นในขณะนี้

Latest

ราคาทองวันนี้ 21 กรกฎาคม 2569 ล่าสุด ราคาปรับเพิ่มขึ้น 100 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 64,900.00 บาท

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “มิสเตอร์พี” ได้มีโอกาสได้ฟังการบรรยายจาก 2 สุดยอดผู้เชี่ยวชาญใน 2 วงการ คนแรกเปรียบเสมือนสิงโตผู้ครองป่ามายาวนาน นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท MTS Gold แม่ทองสุก ซึ่งคร่ำหวอดเชี่ยวชาญการค้าทองคำมาตั้งแต่สมัยที่ทองคำ ราคาบาทละ 1,000 บาท

และอีกคนที่เป็นเสือหนุ่มที่โตเต็มวัยอย่าง จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ผู้ที่ทำให้ “สินทรัพย์ดิจิทัล” กลายเป็นที่รู้จักในประเทศไทย

และแน่นอนว่า จะต้องได้ฟังทิศทางของ “ทองคำ” และ “บิทคอยน์” ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ สงครามการค้า และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังคุกรุ่นในขณะนี้

นพ.กฤชรัตน์ กล่าวว่า ทองคำยังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่องสูง ทุกคนรู้จัก ซื้อขายได้ทั่วโลก ที่สำคัญสามารถรักษามูลค่า รวมถึงป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจได้ดี ยิ่งหลังจากการเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน และสหรัฐฯกับอิหร่าน มีการประกาศยึดสินทรัพย์ เงินฝากของรัสเซีย และอิหร่านที่อยู่ในต่างประเทศ ทั่วโลกยิ่งหันมาให้ความสำคัญกับทองคำมากขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีใครสั่งยึดได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับมุมมองการลงทุนทองปีนี้ หลังจากปีที่ผ่านมา ทองให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นถึง 65% ปีนี้อาจเป็นปีที่ทองคำจะให้ผลตอบแทนเป็นลบ

วิสัยของ “ทอง” จะกลัวดอกเบี้ยขึ้น ขณะที่ดอกเบี้ยกลัวเงินเฟ้อสูง ดังนั้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ทองจะมีแนวโน้มลงมาที่ 3,800 เหรียญสหรัฐฯต่อออนซ์ แต่หากขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ทองจะลงมาที่ 3,600 เหรียญต่อออนซ์ ซึ่งหากทอนเป็นเงินบาท ให้จับตาราคาทองคำที่ 59,000-60,000 บาทต่อบาททองคำ เป็นโอกาสของคนที่อยากซื้อสะสม เพราะขาลงของทองคำจะสิ้นสุดในปีนี้ และกลับมาขึ้นในปีหน้า 

ขณะที่ “ท็อป จิรายุส” เห็นด้วยว่า สงครามทำให้ความเชื่อมั่นใน “สกุลเงินหลัก” ลดลง และหันมาให้ความสำคัญกับ “สินทรัพย์ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ” ส่งผลให้ “ทองคำ” และ “บิทคอยน์” ถูกรัฐบาลในหลายประเทศเก็บสะสมมากขึ้นๆในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่าในอีก 5 ปี “คริปโตเคอร์เรนซี” จะได้รับการยอมรับจากรัฐบาลทั่วโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม หากมองตามวัฏจักรของ “บิทคอยน์” ในปีนี้ และปีหน้า “บิทคอยน์” น่าจะอยู่ในทิศทางขาลง ซึ่งเป็นเวลาของการเก็บสะสม และในปี 2028-2029 จะเป็นเวลาที่ราคา “บิทคอยน์” พุ่งขึ้นอีกครั้ง และอาจจะแตะ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อบิทคอยน์ในช่วงปี 2029 เพราะในโลกที่ AI มีความสำคัญกับเศรษฐกิจโลกมากขึ้นๆ “เงินดิจิทัล” จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในโลกความจริงมากขึ้นด้วย

และจากวันนี้ถึงวันนั้น “ประเทศ และคน” ที่ตามทันการเปลี่ยนแปลงที่มาจาก “แรงขับเคลื่อนของ AI และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลให้อำนาจมีบทบาทมากกว่ากฎเกณฑ์” เท่านั้น ที่จะมีโอกาสอยู่รอด.

มิสเตอร์พี

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ