
ราคาทองคำช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นขาลงมาอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์โลกจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สงครามก็ยังไม่จบ แต่เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนใจไปมาก็อาจกระทบให้ราคาทองสวิงตามไปด้วย ล่าสุดเช้าวันนี้กลับมาเพิ่มขึ้น จนนักลงทุนหรือคนที่อยากออมทองต้องคิดหนักว่า ถ้าจะเริ่มลงทุนทองช่วงนี้... จะยังไปต่อได้ไหม?
หลังจากราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องอย่างเมื่อ 29 ม.ค. 2569 พุ่งไปถึง 81,500 บาทต่อบาททองคำ แม้จะมีข่าวสงครามอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาทองก็เริ่มหักหัวลง จนมาถึงเดือน มิ.ย. ลดลงมาต่ำกว่า 65,000 บาทต่อบาททองคำ บางช่วงลงไปถึง 63,500 บาทต่อบาททองคำ
ช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำปรับลดลง อาจเพราะมีแรงขายทำกำไรหลังจากพุ่งขึ้นมาต่อเนื่อง รวมถึงเจอแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจต้องปรับทิศกลับมาขึ้นดอกเบี้ยแทน
แต่ล่าสุด ราคาทองคำดีดขึ้นอีกครั้ง InterGOLD วิเคราะห์ให้ฟังว่า เพราะทรัมป์ส่งสัญญาณยกเลิกแผนโจมตีอิหร่านและเตรียมเปิดโต๊ะเจรจา ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตอบรับเชิงบวก ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัว แม้อยู่ในภาวะตลาดเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on)
ชานน กังวานเวชกุล ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยกับ Thairath Money ว่า ปัจจุบันทองคำ Gold Spot หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ที่ระดับ 4,360 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ลงมาแล้ว แต่หากช่วง 1-2 เดือนนี้ไม่หลุดต่ำกว่าระดับ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ มองจะเข้าสู่จุดที่ตั้งฐานได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดี
อย่างไรก็ตามในระยะสั้นมองว่า หากราคาทองคำหลุดลงไปต่อยังมีแนวรับที่ 4,025 และ 3,960 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งในช่วงสั้นอาจมีโอกาสเห็นการรีบาวด์ขึ้นบ้าง
แต่ราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น เพราะมองว่าไตรมาส 4 สถานการณ์ต่างๆ น่าจะมีความชัดเจนและคลี่คลายลง รวมถึงเมื่อเข้าใกล้การเลือกตั้ง Midterm ของสหรัฐฯ มองว่าทรัมป์จะไม่ได้เคลื่อนไหวมากนัก และทองคำยังมีแรงหนุนจากธีมหลักที่ธนาคารกลางทั่วโลก (โดยเฉพาะจีน) ที่ยังกักตุนทองคำมหาศาลตามกระแส Dedollarization โดยให้เป้าหมายปลายปี 2569 ที่ 5,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือราคาทองไทยลุ้นแตะ 80,000 บาท!
สายเก็งกำไรระยะสั้น ยังต้องตามติดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด แนะนำกลยุทธ์ “ย่อซื้อ” (Buy on Dip) เพื่อลุ้น Technical Rebound โดยมีแนวต้านสำคัญชี้ชะตาอยู่ที่ 4,300 - 4,360 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ทองไทยมีแนวต้านแรกที่ 66,700 บาท) หากผ่านจุดนี้ไปได้ถึงจะกลับมาเป็นขาขึ้นแบบเต็มตัว
สายลงทุนระยะยาว ถือเป็นจังหวะทองสำหรับสายสะสม แนะนำให้ใช้วิธีทยอยซื้อ (DCA) เรื่อยๆ เพราะในระยะ 1-2 ปี ราคายังอยู่ในเทรนด์ขาขึ้น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney