
ตลาดทองคำวันนี้ผันผวนหนัก หลังราคาทองโลก (Gold Spot) ร่วงหลุด 4,440 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ณ เวลา 13.28 น. หรือลดลงกว่า 26% จากจุดสูงสุดที่เคยทำได้ 5,595.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ช่วงวันที่ 29 ม.ค. 2569
ส่งผลให้ราคาทองในไทยผันผวนหนัก จนวันนี้สมาคมค้าทองคำต้องปรับราคาถึง 36 ครั้ง ณ เวลา 13:23 น. รวมแล้วลดลงไปกว่า 5,200 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 69,000 บาท ทองคำรูปพรรณขายออกบาทละ 69,800 บาท
สำหรับคนที่ซื้อตามไล่ราคาราคาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้คงกำลังยืนหนาวอยู่บน "ดอย" อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ฯ ต่างมองว่าตอนนี้ทองคำช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงปรับฐาน และมีโอกาสปรับตัวลงต่อได้อีก หากยืนเหนือแนวรับสำคัญไม่ได้
แรงเทขายที่ถาโถมเข้ามาในครั้งนี้ เกิดจากความกังวลระลอกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นพร้อมกัน เริ่มต้นจากการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศรายชื่อว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) คนใหม่ คือ นายเควิน วอร์ช ซึ่งตลาดการเงินตีความทันทีว่ามีแนวโน้มสนับสนุนการ “คงดอกเบี้ยสูง” ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันอย่างมากต่อราคาทองคำ
นอกจากนี้ ตลาดยังมีความเปราะบางเป็นทุนเดิม เนื่องจากราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงมาก และฟางเส้นสุดท้ายคือการที่ตลาดฟิวเจอร์ส CME ประกาศปรับขึ้นหลักประกัน (Margin) จาก 6% เป็น 8% เมื่อคืนวันศุกร์ บีบให้นักลงทุนต้องเทขายเพื่อลดความเสี่ยง
ในมุมมองของนักวิเคราะห์ สถานการณ์ขณะนี้ยังต้องจับตาดูต่อไป พีระพงศ์ วิริยะนุเคราะห์ นักวิเคราะห์การลงทุนทอง บริษัท ออสสิริส จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมทองคำยังอยู่ในช่วง "การปรับฐาน" และราคามีแนวโน้มจะซึมลงต่อ
โดยให้จับตาแนวรับสำคัญที่บริเวณ 4,500-4,600 ดอลลาร์ฯ หากราคาสามารถยืนเหนือโซนนี้ได้ จึงจะมีลุ้นรีบาวด์กลับไปที่ 4,800-5,000 ดอลลาร์ฯ แต่หากรับไม่อยู่ อาจเห็นการร่วงลงไปทดสอบเส้นค่าเฉลี่ย 100 วันที่ลึกถึง 4,300 ดอลลาร์ฯ ได้เลยทีเดียว
ด้าน ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมินว่า แม้ระยะยาวทองคำจะยังดูดี แต่ระยะสั้นแรงเทขายยังหนาแน่น โดยมองจุดรับของสำคัญที่ 4,600 ดอลลาร์ฯ
ซึ่งเคยเป็นฐานราคาที่แข็งแกร่งในช่วงกลางเดือน หากหลุดระดับนี้ ต้องไปรอรับที่แนวรับ Worst Case หรือกรณีแย่สุดบริเวณ 4,500 ดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นจุดที่น่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงราคา
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ ต้นทุนที่สูงลิ่ว โดยเฉพาะคนที่เข้าไปซื้อและติดดอยแถวระดับราคามากกว่า 80,000 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเรื่องนี้ พีระพงศ์ แนะนำว่า "จำเป็นต้องซื้อถัว" เพราะหากไม่เฉลี่ยต้นทุนให้ต่ำลง จะต้องรออีกพักใหญ่ๆ กว่าราคาจะวนกลับไปที่เดิม ขณะเดียวกัน แนะนำกลยุทธ์ "Buy on Dip" ในจังหวะที่ราคาปรับฐานแรงๆ
ขณะที่ ศิริลักษณ์ แนะนำให้นักลงทุนระยะยาวและระยะสั้นทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในโซน 4,500-4,600 ดอลลาร์ฯ ได้ทันที หรือเทียบเป็นราคาทองแท่งไทยที่กรอบแนวรับ 69,000-70,300 บาท
ส่วนใครที่เป็นสายเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า หากหลุดแนวรับที่ 4,600 ดอลลาร์ให้ตัดขาดทุน ขณะเดียวกันใน Gold Online Futures พบความผิดปกติที่ค่าพรีเมียมสูงเกินจริงไปถึง 130 ดอลลาร์ฯ (จากปกติ 40 ดอลลาร์ฯ) จึงแนะนำให้เปิดสถานะฝั่งขาย (Short) จะมีความได้เปรียบมากกว่า
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้