
"ราคาทองคำ" จะปรับขึ้น จะไปหยุดที่เท่าไร? ยังไม่มีใครตอบได้ รู้แค่ว่า ช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา ราคา ขายออก ทองคำไทย ทุบสถิติ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยช่วงเปิดตลาด วันนี้ ทองคำแท่ง ราคาปรับเพิ่มขึ้น รวดเดียว 450 บาท มา อยู่ที่ 33,950 บาท ขณะช่วง 10.46 น. เพิ่มขึ้นมาอีก 50 บาท ส่งผล ปิดตลาดช่วงครึ่งวัน ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 34,000 บาท ขายออกบาทละ 34,100 บาท ขณะ ทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 33,382.32 บาท และขายออก 34,600 บาท สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
ขณะอัปเดต เมื่อเวลา 14.27 น. มีการปรับเพิ่มขึ้นเป็นรอบที่ 3 อีก 50 บาท ส่งผลทองคำแท่ง ขยับมาขายออก ที่ระดับ ราคา 34,150 บาท ส่วนทองรูปพรรณ บาทละ 34,650 บาท ก่อนเวลา 14.47 น. ทองคำปรับรอบที่ 4 ทำให้ ทองคำแท่ง มาหยุดที่ 34,200 บาท ขณะ ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 34,700 บาท
กลายเป็นโอกาสทั้งซื้อทองเพื่อลงทุน และ ขายออกทำกำไร ส่งผลให้ ห้างร้านทองต่างๆ คนหนาแน่น คึกคักขึ้นมา ขณะข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำ พบ ตั้งแต่ต้นปี 2566 รวมระยะเวลา ไม่ถึง 10 เดือน ทองคำไทยปรับราคาขึ้นมาแล้ว 4,350 บาท เทียบเคียง สถิติการเติบโตของราคาทองคำ ที่ทั้งปี 2563 เคยทำไว้ ที่ 5,300 บาท ส่วน สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองไทย เคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 32,150-33,000 บาท ต่อบาททองคำ
โดยราคาทองสัปดาห์นี้ เกินกว่าคาด ที่ ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ 13 ราย เช่น ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ,วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส , เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ และออสสิริส เป็นต้น
ได้ประเมินร่วมกันว่า ผ่าน ผลสำรวจความเชื่อมั่น ของศูนย์วิจัยทองคำ ว่า ตลอดช่วงเดือนตุลาคม จะได้เห็น ราคาทองคำแท่งในประเทศความบริสุทธิ์ 96.5% จะเฉลี่ยบริเวณ 31,900-33,600 บาทต่อน้ำหนัก 1 บาททองคำ ภายใต้ปัจจัย ค่าเงินบาท กรอบเฉลี่ยบริเวณ 35.91-37.35 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Gold Spot ให้กรอบเฉลี่ยราคาทอง ไว้ที่ บริเวณ 1,799-1,971 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์
จากการสำรวจ GRC Gold Survey โดย ศูนย์วิจัยทองคำ ผู้ค้าทองรายใหญ่ ยังให้ความเห็นว่า ราคาทองคำยังคงมีความผันผวน และหากราคาทองคำสามารถทรงตัวรักษาระดับไว้ได้ ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก
ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องติดตามปัจจัยสำคัญต่างๆ ที่มีผลต่อ ทิศทางราคาทอง ดังนี้
ที่มา : สมาคมค้าทองคำ, ศูนย์วิจัยทองคำ