
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี ประธานสมาคมผู้ค้าทองคำ เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำในช่วงนี้ยังมีความผันผวนสูง จากประเด็นปัญหาธนาคารในยุโรปกดดันราคาทองคำ แต่ปัจจุบันพบว่าธนาคารเครดิต สวิส ได้ถูกซื้อกิจการ (Take Over) ไปเรียบร้อยแล้วทำให้สถานการณ์คลี่คลายความกังวลไป
โดยแนวโน้มราคาทองคำในอนาคต คาดการณ์ได้ลำบาก เพราะยังต้องติดตามสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเกิดขึ้นว่าจะมีนโยบายทางการเงินอย่างไร ซึ่งมองว่าหากเฟดไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หรือมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในอัตราเร่งต่ำ โดยคาดการณ์ที่ระดับ 0.25% อาจเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปอีกได้ แต่ในระยะสั้นยังมองว่าราคาทองคำจะเคลื่อนไหวผันผวนต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามจากปัญหาเครดิต สวิส ที่เกิดผลกระทบกับต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ นักลงทุนหันมาลงทุนทองคำมากขึ้น สังเกตได้จากหน้าร้านที่มีทั้งคนมาซื้อและขาย ต่างจากวิกฤติทุกครั้งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ที่ราคาทองคำปรับตัวผันผวนและลดลง จากนักลงทุนส่วนมากเลือกที่จะขายทองคำออกมาทำกำไร
ด้านบทวิเคราะห์บริษัท จีแคป จำกัด ศูนย์ซื้อขายทองคำกรุงเทพฯ ระบุว่า ค่าเงินดอลลาร์ มีการอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ การซื้อขายตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ (20 มี.ค. 66) นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ภาคธนาคารของสหรัฐฯ และยุโรป รวมทั้งจับตาการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้
ขณะที่ราคาทองเคลื่อนไหวแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ภาคธนาคารสหรัฐฯ และยุโรป ทางด้านสกุลเงินดอลลาร์นั้นอ่อนค่า ทำให้สัญญาทองคำซึ่งมีการกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้นมีราคาทองถูกลงและน่าดึงดูดใจนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ ขณะที่นักลงทุนพากันเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังจับตาดูการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 21-22 มี.ค. นี้ ขณะที่โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า เฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากวิกฤตการณ์ในระบบธนาคาร ส่วนกลยุทธการลงทุนทองคำได้ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว อาจเกิดการเทขายทำกำไรระหว่างวัน อาจพิจารณารอตั้งรับเมื่อราคาอ่อนตัวลงมา
ด้านศูนย์วิจัยทองคำ ระบุผลสำรวจมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำรายสัปดาห์ วันที่ 20-24 มี.ค. 66 ว่า มีผู้เชี่ยวชาญ 14 รายในตลาดทองคำที่ได้มีส่วนร่วมตอบแบบสำรวจ ในจำนวนนี้มี 9 ราย หรือเทียบเป็น 64% คาดว่าราคาทองคำในสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 2 ราย หรือเทียบเป็น 14% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และจำนวน 3 ราย หรือเทียบเป็น 22% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
ส่วนนักลงทุนทองคำได้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจ จำนวน 370 ราย ในจำนวนนี้มี 260 ราย หรือเทียบเป็น 70% คาดว่าราคาทองคำในประเทศของสัปดาห์หน้าจะปรับเพิ่มขึ้น ส่วนจำนวน 72 ราย หรือเทียบเป็น 20% คาดว่าราคาทองคำจะลดลง และ จำนวน 38 ราย หรือเทียบเป็น 10% คาดว่าราคาทองคำจะใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา