
SPUS คือ ETF ที่คัดหุ้นราว 200 ตัวจาก S&P 500 ตามเกณฑ์ AAOIFI ให้นักลงทุนมุสลิม ผลตอบแทนย้อนหลัง ชนะ S&P 500 แต่พอร์ตกระจุกตัวในหุ้นเทคฯ อาจผันผวนสูงเมื่อกลุ่มนี้ปรับตัวลง
การลงทุนหุ้นสหรัฐฯ ผ่านดัชนี S&P 500 เป็นวิธีที่นักลงทุนทั่วโลกนิยม เพราะซื้อกองทุนเพียงตัวเดียวก็ได้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ระดับโลกหลายร้อยแห่ง แต่สำหรับนักลงทุนชาวมุสลิม ความสะดวกนี้มาพร้อมคำถามที่ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะในตะกร้า 500 บริษัทนั้น มีธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับหลักชารีอะห์ปะปนอยู่ด้วย การซื้อทั้งดัชนีจึงเท่ากับถือหุ้นเหล่านั้นไปโดยปริยาย
กองทุน ETF ชื่อ SPUS เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์นี้โดยตรง ด้วยการเริ่มจากหุ้นใน S&P 500 แล้วคัดกรองตามเกณฑ์ชารีอะห์จนเหลือราว 200 ตัว Thairath Money จะพาไปดูว่ากองทุนนี้คัดหุ้นอย่างไร มีหุ้นอะไรอยู่ในพอร์ต ผลตอบแทนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
เมื่อพูดถึงการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่นักลงทุนมักนึกถึงคือดัชนี S&P 500 ซึ่งรวบรวมหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ 500 แห่งในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนมุสลิม การลงทุนตามดัชนีนี้โดยตรงอาจมีข้อจำกัด เนื่องจากมีบางบริษัทที่ดำเนินธุรกิจไม่สอดคล้องกับหลักชารีอะห์
เช่น Philip Morris International ผู้ผลิตบุหรี่, Constellation Brands ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์และไวน์ รวมถึง Las Vegas Sands ผู้ประกอบธุรกิจคาสิโน
การลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงดัชนี S&P 500 ทั่วไป จึงอาจทำให้นักลงทุนมีส่วนถือครองหุ้นในธุรกิจเหล่านี้ด้วย
นี่จึงเป็นที่มาของ SPUS หรือ SP Funds S&P 500 Sharia Industry Exclusions ETF กองทุน ETF ที่บริหารโดย SP Funds และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2019 โดยมุ่งลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ตามดัชนี S&P 500 Shariah Industry Exclusions Index ซึ่งนำหุ้นจากดัชนี S&P 500 มาคัดกรองตามหลักชารีอะห์ ก่อนคัดเลือกเหลือหุ้นประมาณ 200 บริษัท
พูดง่าย ๆ คือ SPUS เปรียบเสมือนตะกร้าหุ้น S&P 500 ที่ผ่านการคัดกรองตามหลักศาสนาอิสลามมาแล้ว ช่วยให้นักลงทุนมุสลิมเข้าถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องตรวจสอบธุรกิจ โครงสร้างรายได้ และงบการเงินของแต่ละบริษัทด้วยตัวเองทั้งหมด
การคัดกรองหุ้นเข้าพอร์ตนั้น ผู้จัดการกองทุนทำสองขั้นตอน ได้แก่
ซึ่งเกณฑ์ทั้งหมดอ้างอิงมาตรฐานของ AAOIFI หรือ Accounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institutions เป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานด้านบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม
หุ้นอะไรบ้างอยู่ในกองทุน
ผลของการคัดกรองคือกองทุนเหลือหุ้นราว 200 ตัว โดยข้อมูลพอร์ต ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2026 ระบุว่าหุ้น 5 อันดับแรกรวมกันมีน้ำหนักราว 45% ของกองทุน ได้แก่
นอกจากกลุ่มเทคโนโลยี ในพอร์ตยังมีหุ้นกลุ่มสุขภาพอย่าง Eli Lilly, Johnson & Johnson และ AbbVie หุ้นพลังงานอย่าง ExxonMobil และ ConocoPhillips รวมถึงหุ้นสินค้าอุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรมอีกหลายตัว เช่น Procter & Gamble, Home Depot และ Union Pacific
สำหรับข้อมูลผลตอบแทนกองทุน ณ 30 กันยายน 2026 ระบุว่า SPUS ให้ผลตอบแทนย้อนหลังเทียบกับ S&P 500 Total Return มากกว่า ดังนี้
ตัวเลขเหล่านี้ดูน่าสนใจ แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีที่สูงในช่วงที่หุ้นกลุ่มนี้ทำผลงานได้ดี แต่อย่าลืมว่าผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันอนาคต และหากตลาดเปลี่ยนทิศทาง ผลลัพธ์ก็อาจกลับกันได้
นอกจากนี้ SPUS บริหารเชิงรับ หรือเป็น passive fund ที่ตามดัชนี ไม่ได้พยายามเอาชนะตลาดหรือป้องกันความเสี่ยงเมื่อตลาดขาลง และการจำกัดกลุ่มหุ้นตามหลักชารีอะห์ทำให้โอกาสในการลงทุนแคบลงกว่ากองทุนที่ลงทุนได้ทุกกลุ่ม ซึ่งอาจกระทบผลตอบแทนเมื่อเทียบกับดัชนีทั่วไป
แต่ SPUS ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับนักลงทุนชาวมุสลิมที่ต้องการลงทุนในหุ้นใหญ่ของสหรัฐฯ โดยมีผู้คัดกรองตามเกณฑ์ AAOIFI ให้แล้ว จุดเด่นคือเข้าถึงบริษัทระดับโลกได้ผ่านกองทุนเดียว ส่วนข้อควรระวังคือพอร์ตกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยี จึงมีความผันผวนสูงในช่วงที่กลุ่มนี้ปรับตัวลง
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อขาย ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ควรศึกษาหนังสือชี้ชวนและตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนลงทุน
ที่มา: SPUS
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney