แก๊งถือยาวทยอยขาย Bitcoin เงินไหลออก Bitcoin ETF แต่นักวิเคราะห์มองอาจเข้าช่วงท้ายวัฏจักรขาลง

Investment

Digital Assets

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

แก๊งถือยาวทยอยขาย Bitcoin เงินไหลออก Bitcoin ETF แต่นักวิเคราะห์มองอาจเข้าช่วงท้ายวัฏจักรขาลง

Date Time: 4 มิ.ย. 2569 17:27 น.

Video

อวสานค่านิยมเก่า? "ซื้อบ้าน vs เช่าบ้าน" ทางเลือกไหนตอบโจทย์คนรุ่นใหม่! | Money Issue EP.62

Summary

กลุ่มนักลงทุน Bitcoin ที่ขึ้นชื่อว่า “ถือยาวไม่ขาย” ได้ทยอยเทขาย Bitcoin ออกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านนักวิเคราะห์มอง กำลังเข้าสู่ช่วงท้ายวัฏจักรขาลง อาจสิ้นสุดตลาดหมี


Latest


กลุ่มนักลงทุน Bitcoin ที่ขึ้นชื่อว่า “ถือยาวไม่ขาย” ได้ทยอยเทขาย Bitcoin ออกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคาของเหรียญนี้ร่วงลงมาต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์มองว่า นี่อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของวัฏจักรรอบนี้แล้ว ซึ่งอาจจะเป็นช่วงสิ้นสุดของตลาดหมี

กลุ่มนักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders) ซึ่งหมายถึงผู้ที่ถือ Bitcoin มาแล้วอย่างน้อย 155 วัน หรือประมาณ 5 เดือน แทบไม่มีการเคลื่อนไหวเลยระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนปีนี้ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ นักลงทุนกลุ่มนี้กลับเริ่มกลายเป็นฝั่งขายอย่างชัดเจน

ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา นักลงทุนกลุ่มนี้ได้ทยอยเทขาย Bitcoin ออกมาแล้วรวมมูลค่าประมาณ 2,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง Ed Engel นักวิเคราะห์จาก Compass Point ระบุในรายงานว่า นี่เป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญต่อสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของ Bitcoin

นอกจากนี้ ตามรายงานของ CNBC เขายังชี้ให้เห็นว่า Bitcoin ที่ถูกขายออกมาในช่วง 30 วันที่ผ่านมา มีถึง 26% ที่มาจากนักลงทุนซึ่งซื้อเหรียญในราคาสูงกว่า 90,000 ดอลลาร์สหรัฐ

“กลุ่มนักลงทุนที่เข้าซื้อตอน Bitcoin ราคาสูงเหล่านี้ เคยเป็นกลุ่มแข็งแกร่ง ไม่ยอมขายออกมาตลอดช่วงตลาดหมี แต่ตอนนี้พวกเขาเริ่มยอมจำนนแล้ว ขณะที่ Bitcoin กำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุดรอบใหม่ของวัฏจักร” Engel กล่าว

ตามข้อมูลบน CoinMarketCap มูลค่าของ Bitcoin ร่วงลงมาแล้วเกือบ 50% จากตอนที่ทำ All-Time High เมื่อตุลาคม ปี 2025 ซึ่งราคาในช่วงเช้าของวันนี้ (4 มิถุนายน) ร่วงลงไปถึงระดับ 61,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อ BTC ส่วนในสัปดาห์นี้ Bitcoin ปรับตัวลงมาแล้วราว 10%

เขาเสริมว่า การยอมแพ้ของนักลงทุนที่เข้าซื้อในช่วงราคาสูงสุดถือเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยในช่วงปลายของตลาดหมี จึงทำให้ Compass Point มีความมั่นใจมากขึ้นว่าตลาดหมีของ Bitcoin อาจกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้ว


เงินไหลออกจาก Bitcoin ETF ต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นสถิติยาวนานที่สุดนับตั้งแต่กองทุนประเภทนี้เริ่มซื้อขาย โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมของ Bitcoin ETF ลดลงเหลือ 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 107,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา

แรงขายส่วนหนึ่งเกิดจากความตื่นตระหนกของตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัท Strategy มีการขาย Bitcoin ออกมาจำนวน 32 เหรียญ ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการปิดสถานะ Long แบบบังคับ (Long Liquidation) เป็นลูกโซ่ และเร่งให้แรงกดดันด้านราคารุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าการขาย Bitcoin จำนวนดังกล่าวของ Strategy ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาปรับตัวลง

Alex Saunders นักวิเคราะห์จาก Citi ระบุว่า กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าและออกจาก Bitcoin ETF ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin

เขากล่าวว่า “กระแสเงินทุนของ ETF เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการปรับตัวขึ้นของราคา Bitcoin และสามารถอธิบายความผันผวนของผลตอบแทนรายสัปดาห์ได้ประมาณ 45% อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการติดตามความต้องการและการยอมรับของนักลงทุน”

Saunders ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา กระแสเงินทุนของ ETF ยังคงเป็นลบ ขณะที่โอกาสที่สหรัฐฯ จะผ่านกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตฯ หรือ Market Structure Bill ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนกลับเข้าสู่ตลาด ก็กำลังลดน้อยลง

นอกจากนี้ Bitcoin ยังคงเผชิญความยากลำบากในการฟื้นตัวกลับไปใกล้ระดับสูงสุด เนื่องจากความไม่แน่นอนจากสงครามอิหร่านยังคงกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่ตลาดหุ้นกลับเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง 

ความแตกต่างดังกล่าวทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อจุดขายของ Bitcoin ว่า แนวคิด Bitcoin คือ “ทองคำดิจิทัล” ที่ควรได้รับประโยชน์ในช่วงที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และแนวคิดที่ว่า Bitcoin เคลื่อนไหวคล้ายหุ้นเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงสูงและสามารถปรับตัวขึ้นแรงได้เมื่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในช่วงขาขึ้น นั้นยังเป็นไปตามเดิมไหม

“เราคาดว่าบรรยากาศการลงทุนจะยังคงซบเซาต่อไป โดยเฉพาะเมื่อผลตอบแทนของ Bitcoin ยังแตกต่างจากตลาดหุ้นอย่างชัดเจน เว้นแต่จะมีข่าวเชิงบวกด้านกฎระเบียบ หรือเกิดความกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของรัฐบาลจนทำให้นักลงทุนกลับมามองหาเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสกุลเงิน” Saunders กล่าวสรุป


ที่มา: CNBC


ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ