
Bitazza Thailand มองว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการเติบโตสินทรัพย์ดิจิทัล
Bitazza Thailand นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้กำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการเติบโตด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเน้นการนำไปใช้งานจริงและพัฒนาระบบนิเวศอย่างยั่งยืนในระยะยาว มากกว่ากระแสความนิยมเพียงระยะสั้น ในฐานะที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มุ่งเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนทั้งลูกค้าบุคคลและภาคธุรกิจภายใต้กรอบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบและเหมาะสมต่อภาคธุรกิจ พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกธุรกิจแบบดั้งเดิมและโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่
นายธนวัต สุตันติวรคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Bitazza Thailand กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความพร้อมและเปิดรับนวัตกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการมีส่วนร่วมของผู้เล่นในอุตสาหกรรม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือที่แข็งแกร่งขึ้นระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในระบบนิเวศ
รายงานอุตสาหกรรมทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกยังคงสะท้อนถึงการเติบโตของการมีส่วนร่วมด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในตลาดที่มีพฤติกรรมทางการเงินแบบ Mobile-first การเติบโตของการค้าออนไลน์ และการเปิดรับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินทางเลือก ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเคลื่อนไหวสูงของภูมิภาค พร้อมพัฒนาการที่ซับซ้อนและเติบโตขึ้นทั้งในกลุ่มผู้ใช้งานรายบุคคลและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน สเตเบิลคอยน์ก็ได้รับความสนใจมากและมีบทบาทมากขึ้นในระดับโลก ท่ามกลางบทสนทนาที่เริ่มเปลี่ยนจากการเก็งกำไรไปสู่ประเด็นด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน การชำระบัญชี การบริหารเงินทุน และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชน
นายนเรศ เหล่าพรรณราย นายกสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาค ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานกำกับดูแล และผู้เล่นในระบบนิเวศ จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของสเตเบิลคอยน์และโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างยั่งยืนในระยะยาว”
จากประสบการณ์ในตลาดตลอดหลายปีที่ผ่านมา Bitazza Thailand ได้พัฒนาความเชี่ยวชาญด้านบริการสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับองค์กรอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการสนับสนุนการเปิดบัญชี KYB การดูแลผ่าน Relationship Manager เฉพาะทาง ประสบการณ์การให้บริการระดับ Private Banking สำหรับภาคธุรกิจ โซลูชันสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบเฉพาะองค์กร รวมถึงบริการสนับสนุนการซื้อขายแบบ On-demand
โดยบริษัทยังเดินหน้าศึกษาและพัฒนาแนวทางที่โครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนสามารถช่วยสนับสนุนประสิทธิภาพการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจ การชำระธุรกรรม และการเคลื่อนย้ายมูลค่าที่มีความราบรื่นมากขึ้น ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบและเหมาะสมต่อภาคธุรกิจ พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกธุรกิจแบบดั้งเดิมและโครงสร้างพื้นฐานสินทรัพย์ดิจิทัลยุคใหม่
Bitazza Thailand เน้นย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนในรูปแบบที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ เหมาะสมต่อภาคธุรกิจ และสามารถใช้งานได้จริงภายในระบบนิเวศที่ได้รับการกำกับดูแลของประเทศไทย ขณะเดียวกันยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เข้าร่วมแสดงมุมมองด้านการเติบโตของสเตเบิลคอยน์ ในงาน Southeast Asia Blockchain Week ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพื่อร่วมพูดคุยถึงพัฒนาการของสินทรัพย์ดิจิทัล สเตเบิลคอยน์ และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยบล็อกเชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Southeast Asia Blockchain Week เป็นเวทีรวมผู้เล่นในอุตสาหกรรมบล็อกเชน นักลงทุน ผู้พัฒนา และภาคธุรกิจ โดยมีผู้ร่วมงานกว่า 4,000 คน รวมถึงมีผู้นำในอุตสากรรมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลและการเงินดิจิทัลในภูมิภาคกว่า 200 คนจากทั่วโลก พร้อมตอกย้ำบทบาทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในฐานะหนึ่งในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของโลก
นางสาวรวมพร ศิระธนาพันธ์ Head of Digital Asset Business ของ SCBX กล่าวว่า “SCBX รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนงาน Southeast Asia Blockchain Week อย่างต่อเนื่องร่วมกับ Hashed และ ShardLab เราเชื่อว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และการใช้งานจริงเริ่มเชื่อมโยงเข้าหากันมากขึ้น SEABW ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่รวบรวมทั้งผู้พัฒนา สถาบัน และผู้กำหนดนโยบาย ที่กำลังร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของนวัตกรรมทางการเงินในภูมิภาค
“ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีศักยภาพสูงในการพัฒนาบล็อกเชน เพราะมีประชากรจำนวนมากโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ สิ่งที่ต่อยอดได้จากความร่วมมือในอุตสาหกรรมคือการสร้างแหล่งรวมตัวของนักพัฒนา ในอนาคตความร่วมมือจะไม่ได้จำกัดแค่ผู้เล่นในการโลกการเงินแต่ยังรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีด้วย การใช้ AI และสเตเบิลคอยน์จะส่งเสริมซึ่งกันและกัน โจทย์ต่อไปคือการจะนำ AI Agent มาใช้อย่างมีความรับผิดชอบและโปร่งใสได้อย่างไร” นาย Hojin Kim ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ShardLab & Hashed Open Finance กล่าว
ด้านนาย Simon Kim ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ Managing Partner ของ Hashed กล่าวว่า “ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมาะจะเป็นฮับจากการมีโครงสร้างพื้นฐาน การหมุนเวียนของเงิน การเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้เล่นและผู้ประกอบการที่ต้องตระหนัก โดยเฉพาะจากการนำ AI Agent มาใช้ เราอาจจะต้องมีการยืนยันตัวตนหรือ Know Your Agent ควรจะเริ่มวางแผนการตรวจสอบธุรกรรมที่ทำโดย Agent เพื่อความโปร่งใสในความเป็นเจ้าของและการยืนยันตัวตน”
สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านความร่วมมือในอุตสาหกรรม การให้ความรู้ การสร้างบทสนทนาระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และการส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย
“ปัจจุบัน Bitazza Thailand ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ของการดำเนินธุรกิจ พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะหนึ่งในผู้เล่นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีประสบการณ์ในประเทศไทย ผ่านการเผชิญกับวัฏจักรตลาด การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปภายในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล” นายธนวัต กล่าวทิ้งท้าย
คำเตือน คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้