
หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ทยอยรายงานงบไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนภาพรวมธุรกิจการเงินที่เจอแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยนโยบายขาลง รวมถึงหลายศูนย์วิจัยยังคาดว่าปีนี้ สินเชื่อในระบบแบงก์ไทยอาจติดลบเป็นปีที่ 3 ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจกระทบรายได้ “ดอกเบี้ยสุทธิ” ของบางธนาคารให้ชะลอตัวลง
ท่ามกลางปัจจัยลบแต่ทำไมกำไรสุทธิของแบงก์ใหญ่เหล่านี้ยังเติบโต? มาเจาะลึกแหล่งรายได้ของแต่ละธนาคารขนาดใหญ่ในไทยกัน
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายการผลประกอบการต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ผลการดําเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มีกําไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจํานวน 14,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.35%
แม้ว่าเครื่องยนต์ที่สร้างรายได้หลักอย่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 31,957 ล้านบาท จะลดลง 9.79%YoY จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเงินให้สินเชื่อที่ลดลง 1.10%จากสิ้นปีก่อน แต่ส่วนที่ทำให้กำไรแบงก์ยังเติบโตมาจาก รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ซึ่งอยู่ที่ 17,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.42%YoY มาจาก
อย่างไรก็ตามในภาพรวม “กําไรสุทธิ” ไตรมาส 1 ปี 2569 นี้ยังยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาสแรก และตามที่สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผลการดําเนินงานในอนาคต
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY รายงานว่าในไตรมาส 1/2569 มีกําไรสุทธิจํานวน 8,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4%YoY มีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย
ทั้งนี้ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 28,831 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3%YoY ส่วนหนึ่งมาจากการปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงิน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง รวมถึงมีผลดีจากการรวมพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงของ TIDLOR ซึ่งช่วยลดผลกระทบจาก การลดอัตราดอกเบี้ย และเงินให้สินเชื่อของธนาคารที่ยังติดลบ 1.2% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน
ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 14,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4%YoY ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ค่าธรรมเนียม และบริการสุทธิจากทั้งการดําเนินงานตามปกติของธุรกิจและการรวมงบการเงินของ TIDLOR
บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ยานแม่ของธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศผลกําไรสุทธิประจําไตรมาส 1 ปี 2569 อยุ่ที่ 10,195 ล้านบาท ลดลง 18.5%YoY สาเหตุหลักเพราะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 26,781 ล้านบาท ลดลง 13.7%YoY
สาเหตุหลักก็เพราะ NIM หรือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับลดลงพร้อมๆ กับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวม 4 ครั้งในปี 2568 และอีก 1 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่เงินให้สินเชื่อยังเติบโตที่ 3.4% จากสิ้นปีที่ผ่านมา มาจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเคหะ
ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจํานวน 11,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% YoY จากการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมในทุกหมวดหลัก นําโดยธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อและธุรกรรมทางการ เงินที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอ และรายได้ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่ได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจวาณิชธนกิจและตลาดทุน
นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนและการค้ามีจํานวน 568 ล้านบาท ลดลง 66.5%YoY จากการลดลงของกําไรจากพอร์ต การลงทุนของธนาคารและของบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จํากัด
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานว่าธนาคารมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 12,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเติบโตอย่างมีคุณภาพ บริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ
โดยสินเชื่อรวมขยายตัว 2.4% เทียบกับสิ้นปี 2568 จากสินเชื่อภาครัฐ ธุรกิจขนาดใหญ่ และรายย่อยเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงการบริหารพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบคอบสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน โดยธนาคารมีอัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) เท่ากับ 2.48% ภายใต้แรงกดดันจากดอกเบี้ยขาลง และการลดดอกเบี้ยผ่านมาตรการเชิงป้องกันเพื่อช่วยเหลือ ลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพื่อเสริมความยั่งยืนของรายได้ ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 13.9% โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากธุรกิจ Wealth และมีการขยายตัวของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนตามภาวะตลาด
ซึ่งรวมถึงการรับรู้รายได้จากการปรับมูลค่ายุติธรรมสำหรับเงินลงทุน รายได้จากเงินปันผล การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย อีกทั้งรายได้จากหนี้สูญรับคืนจากการบริหารจัดการ NPL และทรัพย์สินรอการขายซึ่งเป็น Recovery Engine ที่ธนาคารให้ความสำคัญ
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ธนาคารและบริษัทย่อยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 10,994 ล้านบาท ลดลง 12.9%YoY สาเหตุเพราะรายได้จากการดำเนินงานลดลง โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 27,976 ล้านบาทปรับลดลง 12.3%YoY ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิหรือ NIM อยู่ที่ 2.49%
ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 12,832 ล้านบาท ลดลง 6.6%YoY ส่วนใหญ่จากกำไรสุทธิจากเงินลงทุนและค่าธรรมเนียมการอำนวยสินเชื่อ ขณะที่รายได้จากเงินปันผลและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ไตรมาส 1 ปี 2569 ธนาคารพิจารณาตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 9,003 ล้านบาท ภายใต้หลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ส่วนภาพรวมเงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 2,661,368 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้