
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่อแววยืดเยื้อและยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง ล่าสุดความตึงเครียดกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ พลิกท่าทีอย่างกะทันหันภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง จากที่เคยส่งสัญญาณลดระดับความรุนแรง กลับกลายมาเป็นการออกแถลงการณ์ขู่โจมตีอิหร่านด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวว่าจะ “โจมตีและทำลายให้สิ้นซาก” หากไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง
เรื่องนี้ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกในทันที ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าของวันนี้ (23 มี.ค. 2569) กอดคอกันปรับตัวดิ่งลงอย่างหนักเพื่อตอบรับความเสี่ยง ด้านนักวิเคราะห์ฯ แนะถือเงินสด 30-50% ของพอร์ต พร้อมเปิด 4 หุ้นกลุ่มเสี่ยง ช่วงนี้หลีกเลี่ยงไปก่อน
ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ล่าสุดสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางดูเหมือนจะปะทุหนักอีกครั้ง เมื่อโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกแถลงการณ์ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าของประเทศอิหร่าน
โดยใช้ถ้อยคำที่แข็งกร้าวว่าจะ "โจมตีและทำลายให้สิ้นซาก" พร้อมทั้งกำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมง หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมันสัญจรได้ตามปกติ
ท่าทีดังกล่าวถือเป็นการพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเปรียบเทียบกับภาพรวมในวันก่อนหน้าที่ฝั่งสหรัฐฯ ยังคงแสดงความต้องการที่จะลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ลง
การเปลี่ยนจุดยืนอย่างกะทันหันภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่านี่คือ "ข่าวลบ" ที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการยกระดับสงครามให้ขยายวงกว้างออกไป
ท้ายที่สุดแล้ว นักลงทุนทั่วโลกจึงจำเป็นต้องจับตาท่าทีของทางการสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ว่าจะเลือกใช้กลยุทธ์เพื่อ "ควบคุมสถานการณ์" ให้อยู่ในวงจำกัด หรือจะเป็นการ "เร่งความขัดแย้ง" ให้บานปลายจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง
จากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดหุ้นเอเชียในเช้าวันนี้ "แดงทั้งกระดาน" ดัชนีหลักในภูมิภาคต่างปรับตัวลดลงอย่างถ้วนหน้าโดยพบว่า ณ เวลา 12.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
ส่วนภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ เปิดตลาดช่วงเช้าปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยดัชนี SET Index เปิดตลาดร่วงแรงกว่า 30 จุด หรือราว -2.2% ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,400 จุด และมีแรงขายกดดันต่อเนื่องในช่วงเปิดตลาด สะท้อนแรงขายของนักลงทุนที่ตอบสนองต่อปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งความผิดปกติที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับแรงเทขายในตลาดหุ้น และสร้างความสับสนให้กับนักลงทุนไม่น้อย คือการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของ "ราคาทองคำ"
ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ที่นักลงทุนจะแห่เข้าซื้อในช่วงที่เกิดวิกฤติทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่วันนี้ราคาทองคำโลก (Gold Spot) ปรับตัวลดลง และทำให้ราคาทองคำไทยวันนี้ เปิดตลาดร่วงกว่า 1,800 บาท ต่อบาททองคำ
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การที่ผู้นำสหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีไปมา จากที่พยายามจะลดระดับความรุนแรง กลับกลายมาเป็นการข่มขู่และกดดันอิหร่านอย่างหนักหน่วง เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก
และจากนี้ต้องดูว่าจะมีการจัดการอย่างไรเพื่อไม่ให้นำไปสู่ความรุนแรงแบบสุดขั้ว โดยเราไม่สามารถเดาใจอิหร่านหรืออิสราเอลได้ ว่าทั้งสองฝ่ายต้องการยุติสงครามนี้หรือไม่
ดังนั้น ให้คำแนะนำว่า หุ้นที่ยังควรหลีกเลี่ยงหรือใช้ความระมัดระวังในการเข้าลงทุน คือหุ้นที่รับผลกระทบจากสงครามในในช่วงก่อนหน้านี้ ได้แก่ กลุ่มโรงแรม กลุ่มสายการบิน และกลุ่มค้าปลีก รวมไปถึงผลกระทบจากราคา LNG ที่สูงขึ้น ซึ่งก็คือกลุ่มโรงไฟฟ้า
ด้านฝ่ายวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า สงครามที่ยังอยู่และความเสี่ยงเข้ามาใกล้กับโครงสร้างพื้นฐานขึ้น เรื่อยๆ กดดันต้นทุนพลังงานยืนระดับสูง พร้อมกับผลตอบแทนตราสารหนี้ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ สร้างความกลัวสุดๆ ให้กับนักลงทุน สะท้อน จากดัชนี FEAR & GREED INDEX เหลือแค่ 15
ดังนั้น กลยุทธ์ภายใต้ความไม่แน่นอน แนะนำถือเงินสด 30-50% ของพอร์ต ส่วนหุ้นเด่น แนะนำหุ้นอิงสินค้าจำเป็น เช่น CPAXT, CPF, TU, TRUE หุ้นส่งผ่านต้นทุนได้ BANPU, STA, PTTEP และหุ้นมีเกราะ ป้องกันเงินเฟ้อ BBL, KTB, SCB เป็นต้น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้