
GUNKUL รุกหนักพลังงานสะอาดทั้งในและต่างประเทศ ตั้งเป้าปิดดีลใหญ่ดันพอร์ตสู่ 2,000 เมกะวัตต์ รับอานิสงส์การขยายตัว Data Center และนโยบาย Net Zero คาดการณ์รายได้ปีนี้แตะ 10,000 ล้านบาท โต 10-15%
นฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เผยว่า แผนงานประจำปี 2569 ในส่วนของธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานสีเขียว ปีนี้คาดว่าจะเซ็นสัญญา PPA เพิ่มอีก 300 เมกกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทฯ มีแผนขยายการลงทุนในโครงการพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในต่างประเทศ โดยบริษัทกำลังเจรจาโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป ที่ตลาดฟิลลิปปินส์และไต้หวันซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปกว่า 80-90% และคาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้
โดยจะเน้นรูปแบบการร่วมทุนที่บริษัทเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญของพันธมิตรท้องถิ่นในการบริหารจัดการและดูแลกฎระเบียบในพื้นที่ พร้อมตั้งเป้ารวมพอร์ตไฟฟ้าสีเขียวกว่า 2,000 เมกกะวัตต์ ภายในปี 2570
นอกจากนี้ธุรกิจรับเหมาไฟฟ้า (EPC) ยังเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อเติม Backlog (ยอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน) ที่มีราว 8,000 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ภายในปีนี้ราว 70-80% หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะยกยอดไปในปีถัดไป
ขณะที่ธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้า ขยายตลาดสำหรับกลุ่มอุปกรณ์ไฟฟ้า ในระดับแรงดันกลางถึงแรงดันสูงเพิ่มเติม และเตรียมความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์แรงดันต่ำ สำหรับ Data Center ที่จะเข้ามา รวมถึงการรุกตลาดอินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่ทั่วประเทศ
นอกจากนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเติม Backlog ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานอัปเกรดสายส่งไฟฟ้าข้ามจังหวัดไปยังโซน EEC ของภาครัฐ และงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าสำหรับ Data Center ที่กำลังขยายตัวอย่างมากในไทย ซึ่งบริษัทมีความพร้อมและสนใจเข้าร่วมประมูลในหลายส่วน ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันรายได้ทั้งปี 69 เติบโตตามเป้า 10-15% โดยอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท
นฤชล กล่าวต่อไปว่า ปี 69 เต็มไปด้วยความท้าทายและการขยายตัวที่สอดรับกับเทรนด์โลก โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยปรับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Net Zero) ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 15 ปี ปัจจัยนี้กลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ความต้องการพลังงานสะอาดพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Data Center การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งล้วนเป็นฟันเฟืองหลักที่จะช่วยผลักดันให้พอร์ตพลังงานสะอาดของกันกุลเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
ในส่วนของภาคประชาชน กันกุลมองเห็นสัญญาณบวกผ่านโครงการ "โซลาร์ภาคประชาชน" ที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายลดหย่อนภาษี 200,000 บาท ส่งผลให้มีปริมาณลูกค้าติดต่อเข้ามาอย่างคึกคัก
“ภาพรวมธุรกิจของกลุ่มบริษัทในขณะนี้อยู่ในทิศทางที่สดใส โดยเฉพาะกลุ่มงานวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง ที่ได้รับอานิสงส์จากความต้องการในตลาดที่สูงขึ้นประกอบกับราคาวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กเริ่มปรับตัวลดลง แม้ว่าสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศจะสร้างความผันผวนด้านต้นทุนและค่าเงินดอลลาร์อยู่บ้าง แต่บริษัทได้มีการป้องกันความเสี่ยงด้วยการล็อคราคาวัตถุดิบและอุปกรณ์สำคัญไว้ล่วงหน้าแล้ว สำหรับโครงการใหม่ ๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมปรับโครงสร้างราคาใหม่ เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับ Double Digit ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าพอใจและเป็นไปตามมาตรฐานเดิมของบริษัท” นฤชล กล่าว
สำหรับอนาคต บริษัทมองว่าปี 2569 จะเป็นปีที่เห็นความชัดเจนของการก้าวกระโดดอีกครั้ง เนื่องจากโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่จะเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพานิชย์ (COD) ในช่วงปลายปี ส่งผลให้ในปี 2570 รายได้จากการขายไฟฟ้าจะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สุดท้ายนี้ นฤชล กล่าวว่า ท่ามกลางวิกฤติพลังงานและความผันผวนของราคาแผงโซล่าเซลล์ในตลาดโลก ซึ่งปัจจุบันราคาได้ผ่านจุดต่ำสุดและเริ่มปรับตัวสูงขึ้นจากการที่รัฐบาลจีนควบคุมการตัดราคาและยกเลิกการอุดหนุนภาษีส่งออก ซึ่งบริษัทไม่ได้รับผลกระทบในระยะสั้นเนื่องจากมีการบริหารจัดการต้นทุนล่วงหน้าที่ดี
และมองว่าเป็นโอกาสในเชิงบวกที่ทำให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของการพึ่งพาพลังงานสะอาดภายในประเทศมากขึ้น ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนไป โดยลูกค้ารายย่อยเริ่มติดต่อเข้ามา ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพให้ธุรกิจ Trading และการติดตั้งโซลาร์ภาคครัวเรือนของบริษัทสามารถเข้าถึงส่วนแบ่งการตลาดได้ครบวงจรยิ่งขึ้น
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้