บจ. ประกาศงบ ดีกว่าคาดเพียบ คาดหนุน SET Index ไปต่อ โบรกฯ เตือน ปันผลหุ้นใหญ่ อาจกดดันระยะสั้น

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

บจ. ประกาศงบ ดีกว่าคาดเพียบ คาดหนุน SET Index ไปต่อ โบรกฯ เตือน ปันผลหุ้นใหญ่ อาจกดดันระยะสั้น

Date Time: 27 ก.พ. 2569 12:02 น.

Video

Dropbox เอาตัวรอดมายังไง ? เมื่อโปรดักส์ที่ขายกลายเป็น "ของแจกฟรี" | Digital Frontiers EP.58

Summary

บจ. ประกาศกำไรแข็งแกร่งเกินคาด พร้อมจ่ายปันผลเพียบ โบรกฯ เชื่อแรงหนุน Fund Flow และเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ดัน SET Index ไปต่อ แม้ระยะสั้นอาจพักตัวจากการขึ้น XD หุ้นใหญ่

Latest


บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงนี้ เรียกได้ว่าคึกคักและเต็มไปด้วยสีสัน หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงประกาศผลประกอบการปี 2568 โค้งสุดท้าย

สิ่งที่น่าจับตามองและกลายมาเป็นพระเอกตัวจริงในรอบนี้ หนีไม่พ้นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดปี 2568 ที่ทยอยประกาศออกมาแล้วทำเอาหลายคนต้องร้องว้าว เพราะก่อนหน้านี้อาจมีความกังวลอยู่บ้าง ถึงทิศทางเศรษฐกิจและกำไรของบริษัทต่างๆ

แต่เมื่อตัวเลขจริงเริ่มปรากฏ ภาพความกังวลเหล่านี้ก็เริ่มหายไปและกลายเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นไทยเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ระบุว่าในระยะสั้นอาจมีแรงกดดันจากการขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้นใหญ่ อย่าง ADVANC และความผันผวนจากการปรับพอร์ตของดัชนี MSCI ทำให้ตลาดอาจมีจังหวะพักตัวบ้าง

โดยวันนี้ SET Index ณ เวลา 10.10 น. อยู่ที่ 1,527.53 จุด ลดลง 6.11 จุด หรือ -0.41% จากวันก่อนหน้า


โค้งสุดท้ายประกาศงบปี 68 โตแรงเกินคาด - เปย์ปันผลฉ่ำ

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการงวดปี 2568 และไตรมาส 4/2568 ภาพรวมที่ออกมาถือว่าเซอร์ไพรส์ตลาดไปในทิศทางบวก

หลายบริษัทประกาศกำไรเติบโตอย่างโดดเด่น และทำผลงานได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ไว้ ซึ่งไม่ได้มาแค่ตัวเลขกำไรที่สวยหรูเท่านั้น แต่เหล่าบริษัทจดทะเบียนยังใจป้ำ ประกาศจ่ายเงินปันผลกันแบบฉ่ำๆ เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นอีกด้วย

กลุ่มที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุดคงต้องยกให้กลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่มสื่อสาร ที่นอกจากจะโชว์ความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดแล้ว ยังประกาศแจกปันผลในระดับที่น่าประทับใจ

การอัดฉีดเม็ดเงินปันผลเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างรอยยิ้มให้กับนักลงทุน แต่ยังเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ ให้เข้ามาพักในหุ้นพื้นฐานดีที่มีปันผลรองรับ ช่วยสร้างเสถียรภาพและเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับดัชนีในช่วงเวลานี้

บจ. ประกาศกำไรดีกว่าคาด

ซึ่งมุมมองจากนักวิเคราะห์ต่างก็มีน้ำหนักไปในทิศทางบวก อย่าง บล.กสิกรไทย ก็ประเมินว่าบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นดูสดใสมาก ซึ่งได้รับแรงหนุนโดยตรงจากผลประกอบการไตรมาส 4/25 ของบริษัทจดทะเบียน

โดยจากการรวบรวมข้อมูลของบริษัทภายใต้การวิเคราะห์ 113 แห่ง พบว่ากำไรออกมาดีกว่าที่ทางกสิกรไทยคาดไว้ถึง 5.0% และดีกว่าตลาดคาดถึง 9.4%

เมื่อเจาะลึกลงไปพบว่ามีหุ้นที่ทำผลงานได้ดีกว่าคาดถึง 43 หุ้น เทียบกับที่แย่กว่าคาดเพียง 26 หุ้น ซึ่งทำให้ตลาดเริ่มปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 93.60 บาท

นักลงทุนต่างชาติยังซื้อต่อเนื่อง

ด้าน บล.พาย มองว่า ปัจจัยในประเทศที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักคือการรอดูผลประกอบการและการประกาศจ่ายเงินปันผลประจำปี ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนคือ KBANK ที่ประกาศจ่ายปันผลรวมถึง 12 บาทต่อหุ้น ถือเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น

ขณะเดียวกัน การที่ดัชนีเดินหน้าบวกได้ต่อเนื่องพร้อมกับยอดซื้อสะสมของต่างชาติที่พุ่งทะลุ 5.7 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ต้นปี (YTD) ส่วนหนึ่งมาจากเสถียรภาพการเมืองไทยที่ดีขึ้น

หากย้อนดูสถิติปี 2022 ต่างชาติเคยซื้อสะสมหุ้นไทยสูงสุดถึง 2.6 แสนล้านบาท ซึ่งหมายความว่าเม็ดเงินยังมีโอกาสไหลเข้าไทยได้อีกยาว อย่างน้อยก็จนกว่าหุ้น Tech สหรัฐฯ จะฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม บล.พาย ก็ฝากข้อควรระวังไว้ว่า กระแสเงินทุนนี้อาจไม่ยั่งยืนนักหากเศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้จำกัด และ Forward PE เริ่มขยับสูงขึ้น โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ที่ 1,525-1,545 จุด

จับตาปันผล บจ. ใหญ่ อาจกดดันระยะสั้น

แม้ บล.กรุงศรี จะให้มุมมองที่สอดคล้องกันในเชิงกลยุทธ์ โดยชี้ให้เห็นถึงกระแสเงินทุน (Fund Flow) ฝั่งสหรัฐฯ ที่กำลังเคลื่อนย้ายจากหุ้นกลุ่ม Tech มาสู่หุ้นกลุ่ม Value ซึ่งส่งผลบวกเต็มๆ ต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยเฉพาะอาเซียนและไทยที่มีสัดส่วนหุ้น Value สูง

แต่ระยะสั้นอาจมีแรงกดดันจากการขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้นใหญ่อย่าง ADVANC และความผันผวนจากการปรับพอร์ตของดัชนี MSCI ทำให้ตลาดอาจมีจังหวะพักตัวบ้าง

แต่ในระยะกลางยังคงแนะนำ "ซื้อ" เพราะนอกจากมูลค่าหุ้นไทยจะยังไม่แพงแล้ว ล่าสุดทาง Krungsri Research ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยขึ้นเป็น 2.0% จากเดิม 1.8% จึงแนะนำให้เน้นลงทุนในกลุ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างการลงทุนและการท่องเที่ยว


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ