
BTS เผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568/69 สุดช้ำ พลิกขาดทุน 958 ล้านบาท หลังไม่มีดอกเบี้ยรับจากหนี้ กทม. ซ้ำเติมด้วยผลการดำเนินงานรถไฟฟ้าสายสีเหลือง-ชมพูที่ยังอ่อนตัว และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
ราคาหุ้นของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BTS วันนี้ทรุดตัวลงอย่างหนัก ปิดตลาดช่วงเช้าเหลือเพียง 2.56 บาท ลดลง 0.18 บาท หรือ -6.57% จากราคาปิดวันก่อนหน้า
หลังบริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 958 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2568/69 จาก EBITDA ที่ลดลง ประกอบกับภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น และยังถูกซ้ำเติมจากการหายไปของรายได้ดอกเบี้ยจากหนี้คงค้างของกรุงเทพมหานครด้วย
ขณะที่ผลการดำเนินงานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูยังคงอ่อนตัว ท่ามกลางต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทมีมติงดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ปี 2568/69 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า
บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 7,614 ล้านบาท ลดลง 27.7% หรือคิดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 958 ล้านบาทสาเหตุหลักมาจากการลดลงของ EBITDA และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
สำหรับปัจจัยที่ฉุดรายได้รวมของบริษัทฯ ลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการที่ไตรมาสนี้ไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เหมือนในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการบันทึกกำไรจากการเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน RABBIT และ ROCTEC มูลค่ากว่า 3,368 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับผลกระทบจากการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 638 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ชำระหนี้คงค้างทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) เสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ทำให้บริษัทฯ ไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้ดังกล่าวอีกต่อไป
ธุรกิจหลัก MOVE - MIX ยังเหนื่อย มีเพียง MATCH ที่ช่วยพยุง
ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) ทำได้เพียง 1,979 ล้านบาท ลดลง 27.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนถึงความท้าทายในธุรกิจหลัก
นอกเหนือจากรายได้ที่ลดลง บริษัทฯ ยังต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจำนวน 207 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขาดทุนในธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ และผลการดำเนินงานของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนของปี 2568/69 BTS มีรายได้รวม 21,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.9% จากการรวมงบการเงินของบริษัทย่อยใหม่ แต่ด้วยภาระต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทฯ บันทึกขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 1,085 ล้านบาท
จากผลประกอบการดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 จึงมีมติอนุมัติ "งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล" จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2568
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดว่าผลการดำเนินงานหลักของบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น BTS ในไตรมาส 4/68 (เดือน ม.ค. - มี.ค.2569) จะปรับตัวลดลงจากปีก่อนและจากไตรมาสก่อน เนื่องจากรายได้จากธุรกิจ MOVE ที่ลดลง รายได้ดอกเบี้ยที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
โดยได้เพิ่มประมาณการขาดทุนสุทธิปี 2568 เป็น 2,021 ล้านบาท (จาก 751 ล้านบาท) เพื่อสะท้อนผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาส 3/68 และคาดการณ์ที่ลดลงในไตรมาส 4/68
อย่างไรก็ดี ผลประกอบการที่อ่อนแอของ BTS ในไตรมาส 3/68 อาจส่งผลให้ตลาดมีมุมมองเชิงลบต่อหุ้นในระยะสั้นและแนวโน้มในไตรมาส 4/69 ไม่น่าตื่นเต้น เราไม่เห็นปัจจัยกระตุ้นราคาที่ชัดเจนใดๆ จึงแนะนำ "ถือ" ที่ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท
ในกลุ่มธุรกิจขนส่งชอบ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV จากคาดการณ์ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 4/68 และไตรมาส 1/69 หนุนจากช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวของประเทศไทย และ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้