ติดดาบ ก.ล.ต.สกัดแก๊งปั่นหุ้น ครม.เคาะ พ.ร.ก.ตลาดทุนเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ติดดาบ ก.ล.ต.สกัดแก๊งปั่นหุ้น ครม.เคาะ พ.ร.ก.ตลาดทุนเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน

Date Time: 28 มี.ค. 2568 09:14 น.

Summary

ครม.ไฟเขียวออก พ.ร.ก.เพิ่มอำนาจ ก.ล.ต.คุมตลาดหุ้นป้องกันการปั่นหุ้น สร้างราคา ทำขายชอร์ตเซลส์ที่ไม่มีอยู่จริง ให้อำนาจสอบสวนคดีที่มีผลกระทบสูง ให้อำนาจเอาผิดผู้สอบบัญชี และดูแลเรื่องหุ้นกู้

Latest

IPO ต่างประเทศดีกว่าไทย? MINT เปิดแผนปี 69 เร่งศึกษาแผนส่ง Minor Food บุก IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงปี 69

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. ...ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยขั้นตอนต่อไปจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจร่าง พ.ร.ก. คาดว่า จะประกาศใช้ได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ ซึ่งจากมาตรฐานกฎหมายที่มีการปรับปรุงนี้เชื่อว่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดหุ้นและตลาดทุนมากขึ้น

“ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและความน่าเชื่อถือในตลาดทุน อย่างมีนัยสำคัญ เช่น บริษัทหลักทรัพย์มีการขายหลักทรัพย์โดยที่ยังไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครอง หรือการขายชอร์ต ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดเนื่องจากใช้วิธีการขายหุ้นออกไปโดยที่นักลงทุนรายนั้นไม่ได้ถือหุ้นอยู่จริง หรือ naked short sale ซึ่งมีส่วนทำให้ดัชนีหุ้นไทยลดลงจากระดับ 1,600 จุด มาอยู่ในระดับปัจจุบัน”

นอกจากนี้ยังมีการทุจริตฉ้อฉลของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน กรณีบริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกันทั้งสิ้น 15,708 ล้านบาท

นายพิชัยกล่าวว่า กรณีผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุนปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่อง และการถูกบังคับขายหุ้นที่นำไปจำนำหรือก่อภาระผูกพัน อันส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นและโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นถึงการขาดประสิทธิผลของการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนความไม่เพียงพอของมาตรการทางกฎหมายที่เป็นเครื่องมือในการกำกับดูแล หากสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไข มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อปริมาณและมูลค่าการลงทุนในตลาดทุนไทย และอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงเชิงระบบที่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและต่อประชาชนโดยรวม

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันเพื่อให้มีบทบัญญัติที่สามารถยับยั้งและปราบปรามการกระทำความผิดในตลาดทุนเพื่อรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทย และช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยให้กลับมามีเสถียรภาพได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์อันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศที่จะตรา พ.ร.ก.ตามมาตรา 192 ของรัฐธรรมนูญ โดย พ.ร.ก.ดังกล่าวมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เดิม ซึ่งเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับ ก.ล.ต. โดยเฉพาะในการตรวจสอบ และดำเนินคดีควบคู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในธุรกรรมที่น่าสงสัยในตลาดหุ้นที่มีแนวโน้มจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับตลาดหุ้นและนักลงทุน

นอกจากนั้น กรณีนี้จะครอบคลุมไปถึงประเด็นที่เป็นปัญหา เช่น ผู้สอบบัญชี ซึ่งเดิมนั้นจะเอาผิดเฉพาะบุคคลที่มีส่วนช่วยในการตกแต่ง บัญชี หรือไม่รายงานข้อมูลที่ผิดปกติ โดยจะใช้มาตรฐานเดียวกับต่างประเทศที่เอาผิดไปยังบริษัทต้นสังกัดของผู้สอบบัญชีนั้นๆ  เพราะว่าที่ ผ่านมาข้อมูลที่ผ่านออกจากผู้สอบบัญชีอย่างไม่ถูกต้องจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างราคาหุ้น

ทั้งนี้ สาระสำคัญของ พ.ร.ก.นี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ในประเด็น 1.การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและการกำกับดูแลการขายหลักทรัพย์โดยที่ยังไม่มีหลักทรัพย์อยู่ในครอบครอง (การขายชอร์ต) 2.การยกระดับการทำหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุน เพิ่มความเข้มแข็งของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน 3.การกำหนดสิทธิของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ให้ครอบคลุมถึงการดำเนินการแทนผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการและล้มละลาย 4.การรายงานข้อมูลการก่อภาระผูกพันในหลักทรัพย์ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.

5.การเพิ่มมาตรการทางกฎหมายเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการกระทำความผิดและยับยั้งความเสียหายและการมอบหมายบุคคลอื่นจัดการทรัพย์สินที่ยึดอายัด 6.การสอบสวนคดีที่อาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในระบบตลาดทุนหรืออาจมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และ 7.มาตรการการลงโทษกรณีมีการปฏิบัติฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามบทบัญญัติที่กำหนดไว้ ซึ่งมาตรการทางกฎหมายดังกล่าว ข้างต้นจะเป็นเครื่องมือในการยับบั้งความเสียหายและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายในการกระทำ ความผิดที่เป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจสามารถบรรลุผลได้อย่างแท้จริง อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อม่ันให้นักลงทุนในตลาดทุนและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมามีเสถียรภาพได้อย่างรวดเร็ว.

อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ