หุ้นแร่ลิเทียม!!

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

หุ้นแร่ลิเทียม!!

Date Time: 20 ม.ค. 2567 04:30 น.

Summary

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 ม.ค.67 ปิดที่ 1,382.51 จุด เพ่ิมขึ้น 4.58 จุด มี มูลค่าซื้อขาย 49,266.20 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,233.07 ล้านบาท

Latest

ค่าธรรมเนียมเทรดหุ้น ม.ค.-ก.พ. 68 ลดหย่อนภาษีได้! สูงสุด 30,000 บาท จาก Easy E-Receipt 2.0

บล.เอเซียพลัสออกบทวิเคราะห์ กรณีสำรวจพบแร่ลิเทียมที่มีศักยภาพ 2 แหล่งทางภาคใต้ของไทยกว่า 14.8 ล้านตัน ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่ค้นพบ “แร่ลิเทียม” มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก

โดยแร่ดังกล่าวถือเป็นแร่หลักที่ใช้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV 100% คาดว่าจะเห็นการลงทุนทั้งซัพพลายเชนที่เป็นรูปธรรมภายใน 5 ปี จากปัจจุบันที่มีผู้ผลิตแบตเตอรี่ EV เข้าลงทุนไทยแล้ว 7 ราย

โดยบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะได้ประโยชน์ ซึ่งมีธุรกิจแบตเตอรี่ ที่ฝ่ายวิจัยศึกษาอยู่ ได้แก่ GPSC+PTT มีโรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นแบบ 30 MW ในไทย เพื่อศึกษาและรองรับการเติบโตของธุรกิจ EV นอกจากนี้ยังลงทุนในต่างประเทศถือหุ้นผ่าน AXXIVA และ NV GOTION ทำโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในจีน โรงละ 1000 MWh เพื่อส่งให้กลุ่มตลาด EV ในต่างประเทศ

ส่วน EA มีโรงงานแบตเตอรี่ที่ไต้หวัน 400MWh และในไทยอีก 1000 MWh ผลิตเพื่อป้อนให้ยานต์ยนต์ไฟฟ้าในบริษัทของตัวเอง โดยอนาคตอันใกล้มีแผนขยายกำลังการผลิตขึ้นเป็น 2000-4000 MWh

ขณะที่ BANPU+BPP ลงทุนในดูราเพาเวอร์ที่จีนมีโรงงานรองรับ การผลิตแบตเตอรี่ได้ 1.0 ผัน MWh ใช้ในอุตสาหกรรม EV และระบบกักเก็บพลังงานในต่างประเทศ ขณะที่ในไทยได้ร่วมกับบริษัทเชิดชัยมอเตอร์เซลส์ สร้างโรงงานประกอบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน กำลังผลิต 200 MWh คาดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปี 67 เพื่อรองรับแบตเตอรี่ในกลุ่มรถบัสไฟฟ้า (E-Bus) ของกลุ่มเชิดชัยเป็นหลัก

ด้าน BCPG ร่วมศึกษาธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนกับบริษัท Ampace ของจีนเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสองล้อและสามล้อ แบตเตอรี่สำหรับติดตั้งในครัวเรือน และภาคอุตสาหกรรม

บล.ทิสโก้ วิเคราะห์ BBLหลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/66 โดย BBL มีกำไรสุทธิ 8.9 พันล้านบาท ลดลง 22% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 17% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยกำไรต่ำกว่าที่คาด เนื่องจากค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (Opex) เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านเทคโนโลยี ค่าใช้จ่ายประจำ และการตลาด ขณะที่กำไรจากตราสารอนุพันธ์ต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม NIM ขยายตัวเป็น 3.13% และ NPL ลดลงเหลือ 8 พันล้านบาท ดีกว่าคาด

โดยรวมผลประกอบการ BBL ยังคงดูดี เชื่อว่ากำไรจะดีขึ้นในไตรมาสถัดไป จาก Opex น่าจะลดลง และ BBL น่าจะมีโอกาสกำไรลดลงน้อยสุดในกลุ่ม!!

อินเด็กซ์ 51

คลิกอ่านคอลัมน์ “เงาหุ้น” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ