หุ้นไทยร่วงไม่พัก รับหุ้นเอเชียทรุดหนัก-TRUE ถ่วงดัชนี หยวนต้า แนะเก็บ 2 หุ้น รอตลาดฟื้น

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หุ้นไทยร่วงไม่พัก รับหุ้นเอเชียทรุดหนัก-TRUE ถ่วงดัชนี หยวนต้า แนะเก็บ 2 หุ้น รอตลาดฟื้น

Date Time: 31 ต.ค. 2566 17:04 น.

Video

Broadcom ทำธุรกิจแบบไหน? ถึงกลายเป็น “ผู้ควบคุมนวัตกรรม” แห่งยุค AI | Digital Frontiers EP.49

Summary

ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหุ้นไทยวันนี้ ประจำวันที่ 31 ต.ค. 66 พบว่า ดัชนีลดลง 14.02 จุด เปลี่ยนแปลง -1.00% ดัชนีอยู่ที่ 1,381.83 จุด มูลค่าการซื้อขาย 37,497.85 ล้านบาท ท่ามกลางหลากหลายปัจจัยลบ ทำให้นักลงทุนเทขายลดความเสี่ยงออกมาอย่างหนัก

Latest


ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหุ้นไทยวันนี้ ประจำวันที่ 31 ต.ค. 66 พบว่า ดัชนีลดลง 14.02 จุด เปลี่ยนแปลง -1.00% ดัชนีอยู่ที่ 1,381.83 จุด มูลค่าการซื้อขาย 37,497.85 ล้านบาท ท่ามกลางหลากหลายปัจจัยลบ ทำให้นักลงทุนเทขายลดความเสี่ยงออกมาอย่างหนัก


ณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “Thairath Money” ว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงแรง คาดว่ามาจากสาเหตุหลัก ได้แก่ ภาพรวมตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวลดลง หลังจีนประกาศดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนตุลาคมออกมาต่ำกว่าตลาดคาด พร้อมกันนี้ มีแรงขายหุ้นของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น TRUE ตั้งแต่ช่วงเช้าของการซื้อขาย กดดัน Sentiment การลงทุน เนื่องจากเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงเช่นกัน หลังราคาน้ำมันดิบคืนวานนี้ปรับตัวลดลงเฉลี่ย 2%


ทั้งนี้ การปรับลดลงของดัชนีตลาดหุ้นไทยปัจจุบัน ยังไม่หลุดจุดต่ำสุดเดิมที่ระดับประมาณ 1,366 จุด โดยเห็นสัญญาณการฟื้นตัวจากแรงซื้อตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ประกอบกับค่าเงินบาทเคลื่อนไหวดีกว่าภูมิภาค ทำให้เชื่อว่าโอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวลดลง (Downside) จะมีไม่มากนัก


นอกจากนี้ มองว่านักลงทุนบางส่วน ขายหุ้นออกมาเพื่อลดความเสี่ยงล่วงหน้า เนื่องจากคืนวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยยังต้องติดตามว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นอย่างไร โดยเชื่อว่าหากเฟดส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ย จะมีโอกาสที่ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลง น่าจะทำให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้


อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนแบ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้น 30-40% ของพอร์ต โดยเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 3/66 จะออกมาดี และยังมีมูลค่าไม่แพง อย่างหุ้นของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น GPSC และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น KBANK เป็นต้น


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ