
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 5 ต.ค.66 ปิดที่ 1,452.55 จุด บวก 1.30 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 43,119.67 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,140.46 ล้านบาท
หุ้นไทยแกว่งแดนลบ แต่รีบาวด์มาปิดบวกได้เล็กน้อย ถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน แต่ US Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด ประกอบกับเงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย.ที่ออกมาต่ำกว่าคาด หนุนให้หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ปรับตัวขึ้นมากสุด
บล.กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์หุ้น TRUE ชี้ ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนมูลค่าการผนึกกำลัง ทั้งนี้ ผลประกอบการ TRUE มีกำหนดรายงานงบการเงินไตรมาส 3/2566 ในวันที่ 9 ต.ค. คาดว่า TRUE จะรายงานผลขาดทุนสุทธิไตรมาส 3/66 ที่ 2.1 พันล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษอย่างต้นทุนการรวมกิจการ ผลขาดทุนปกติน่าจะอยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท
ซึ่งแย่กว่ากำไรปกติไตรมาส 3/65 ที่ 804 ล้านบาท เนื่องจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (D&A) ที่สูงขึ้นตามอายุการใช้งานที่สั้นลงของสินทรัพย์ถาวร แต่ดีกว่าผลขาดทุนปกติไตรมาส 2/2566 ที่ 1.9 พันล้านบาท ตามการฟื้นตัวของรายได้ที่ดีจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ตบ้าน (FBB) ที่เริ่มผ่อนคลายลง
ผลขาดทุนปกติในช่วง 9 เดือนแรกของปี 66 ของเรา คิดเป็น 90.9% ของสมมติฐานผลขาดทุนปกติปี 66 ที่ 5.34 พันล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึง downside risk ต่อประมาณการของเรา
ทั้งนี้ บริษัทจะจัดประชุมนักวิเคราะห์ประจำไตรมาส 3/66 ผ่านระบบ conference call ในวันที่ 9 ต.ค. ค่าใช้จ่ายในการรวมกิจการ ผู้บริหารเปิดเผยค่าใช้จ่ายในการรวมกิจการที่ 1 หมื่นล้านบาทในปี 66 (1 มี.ค.-31 ธ.ค.66) ทั้งนี้ กสิกรไทยจัดประเภทค่าใช้จ่ายในการรวมกิจการที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่รายการหลัก
โดย TRUE รับรู้ค่าใช้จ่ายในการรวมกิจการจำนวน 250 ล้านบาท ในไตรมาส 2/66 คิดเป็นงบประมาณค่าใช้จ่ายในการรวมกิจการที่เหลือจำนวน 9.75 พันล้านบาท ในช่วงที่เหลือของปี เราคาดว่า 40% ของค่าใช้จ่ายในการรวมกิจการที่จะถูกรับรู้ผ่านงบกำไรขาดทุน (P&L) และอีก 60% ที่เหลือจะถูกบันทึกผ่านงบดุล
โดย บล.กสิกรไทย แนะนำ “ซื้อ” จากการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของตลาด, ความมุ่งมั่นที่จะรับรู้จุดคุ้มทุนของกำไรและกระแสเงินสด และมูลค่าหุ้นที่ไม่แพง!!
อินเด็กซ์ 51