
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกจากตลาดหุ้นไทยประมาณ 5-6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากปีก่อนที่ไหลเข้ามา 8-9 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนปัจจัยที่เป็นแรงกดดันต่อตลาดทุนไทย ซึ่งเป็นโจทย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯจะต้องพลิกสถานการณ์ให้กลับมาในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ แต่ปีนี้ตลาดทุนทั่วโลกก็มีความผันผวนจากปัจจัยของเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อนโยบายธนาคารกลางทั่วโลกปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สร้างความผันผวนมาต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศและค่าเงินบาทที่อ่อนค่ายังเป็นปัจจัยที่เข้ามากระทบต่อตลาดหุ้นไทยโดยตรง ที่ส่งผลกระทบทำให้มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันลดลงเหลือ 6 หมื่นล้านบาท/วัน จากปีก่อน 7.7 หมื่นล้านบาท/วัน
“ตอนนี้เราต้องพลิกสถานการณ์ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ให้ได้ โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่น และการสร้างความน่าสนใจให้กับตลาดหุ้นไทยเพื่อดึงเงินทุนต่างชาติให้กลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย” นายภากร กล่าว
นายภากร กล่าวต่อว่า แต่แม้ภาพรวมตลาดทุนจะมีแรงกดดันแต่ยังคงเห็นความต้องการในการระดมทุนของภาคธุรกิจในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นไทยยังเป็นอันดับ 1 ในการที่มีธุรกิจระดมทุนขายหุ้นเข้ามาเป็นบริษัทจดทะเบียน (IPO) มากที่สุดในอาเซียนต่อเนื่อง รวมถึงยังมีช่องทางให้สตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีเข้ามาระดมทุนในตลาดทุนไทยผ่าน Live Platform ซึ่งใน 1 ปีที่ผ่านมา มี 3 บริษัทระดมทุนไปกว่า 100 ล้านบาท โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.25 พันล้านบาท ภายใน 1 ปี.
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่