
เป็นกระแสข่าวที่ถูกจับตามากที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกรมสรรพากรได้มีหนังสือแจ้งกับเจ้าหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีเงินได้จากต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้ที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศโดยตรง โดย กรมสรรพากร มีแนวทางให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติในการตรวจและนำผู้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีเงินได้พึงประเมินตามมาตา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ ตามมาตรา 41 วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากร โดยมีคำสั่งให้บุคคลซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย มีรายได้พึงประเมินเนื่องจากทำงาน หรือกิจการในต่างประเทศ หรือ เนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่จากต่างประเทศ ตามมาตรา 41 วรรคสอง และได้รับเงินได้พึงประเมินเข้ามายังประเทศไทยในปีภาษีใดก็ตาม ให้บุคคลนั้นต้องมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินได้พึงประเมินนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยกับ #ThairathMoney ว่า เรื่องการเก็บภาษีเงินได้จากต่างประเทศนั้นต้องติดตามในรายละเอียดว่าการจัดการเก็บภาษีจะมีเงื่อนไขอย่างไร และจัดเก็บไทยเท่าไร ซึ่งที่ผ่านมานักลงทุนชาวไทยให้ความนิยมในการไปซื้อขายหุ้นต่างประเทศ แต่หากมีการเก็บภาษีในตลาดหุ้น จะทำให้นักลงทุนอาจระมัดระวังการลงทุน
“เรื่องการเก็บภาษีในส่วนนี้ยังต้องติดตามรายละเอียดว่าอย่างไร และเก็บที่เท่าไร ซึ่งจุดนี้จะมีผลชี้วัดในอนาคตว่าการลงทุนในต่างประเทศจะเป็นที่นิยมต่อไปหรือไม่ ส่วนการลงทุนในประเทศไทยน่าจะได้รับผลบวกเข้ามาบ้าง”
ที่ผ่านมาการลงทุนในต่างประเทศมีความคึกคักมากขึ้น ทั้งจากนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ที่ต้องการส่งเสริมให้มีการไปลงทุนในต่างประเทศ ในขณะเดียวกันการพัฒนาของแพลตฟอร์มของบริษัทหลักทรัพย์มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีช่องทางในการลงทุนต่างประเทศที่ง่ายจึงได้รับความนิยมอย่างสูง เมื่อมีการเก็บภาษีผู้ลงทุนจะเกิดความระมัดระวังในการลงทุนต่างประเทศมากขึ้น เพราะมีต้นทุนด้านภาษี เวลาเกิดภาษีคนจะระมัดระวัง และมีเม็ดเงินเข้าตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ตามสำหรับ FETCO เตรียมเข้าหารือกับ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะเอาข้อเสนอของตลาดทุนไปคุยด้วย ทั้งการปรึกษากองทุนที่มีอยู่เดิมทั้ง SSF ที่จะหมดอายุ จะมีการต่ออายุปรับปรุง หรือ เปลี่ยนชื่อ เป็นเครื่องมือในการออมระยะยาว สามารถดันเรื่องนี้ได้จะช่วย หรือจะมีการปรับปรุงรูปแบบไหนก็พร้อมที่จะร่วมมือ
อยากหารือในเรื่องปัญหาทุจริตในนตลาดทุน ดูแลและปิดช่องโหว่ให้เข้มงวดมากขึ้น และหารือในการช่วยเหลือชาวบ้านชุมชน มีส่วนไหนที่ตลาดทุนสามารถช่วยได้บ้าง
บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่สดใสมากขึ้น หลังจากที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันจะไม่เก็บภาษีขายหุ้น จะส่งผลดีต่อสภาพคล่องหุ้นไทยให้มากขึ้น ตลาดหุ้นไทยถูกต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยปีนี้ 1.47 แสนล้านบาท หลังจากปี 2022 ที่ซื้อสุทธิสูงถึง 2.02 แสนล้านบาท
ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติส่วนหนึ่งใช้ระบบ Algo Trade ในการซื้อขายหุ้นไทยเป็นหลัก ซึ่งล่าสุดเดือน ก.ค. มูลค่าซื้อขายหุ้นไทยทั้งหมดมาจากระบบ Algo Trade ถึง 35% ถ้าหากไม่มีการเก็บภาษีหุ้นในช่วง 4 ปีต่อจากนี้ ตามที่นายกฯ เศรษฐากล่าว น่าจะหนุนให้เงินทุนทยอยไหลเข้าในช่วงถัดไป รวมถึงมูลค่าซื้อขาย หรือสภาพคล่องตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นได้
หากมูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้น ตามกลไกจะช่วงหนุนให้ตลาดหุ้นซื้อขายบน MEYG ที่แคบลง หรือซื้อขายบน P/E ที่สูงขึ้นด้วย โดยฝ่ายวิจัยประเมินทุกมูลค่าซื้อขายที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 หมื่นล้านบาทต่อวัน หนุนดัชนีเป้าหมายของ SET ขยับขึ้นได้ราว 60 จุด
สรุปตลาดหุ้นไทยมีโอกาสคึกคักขึ้นได้จากการไม่ต้องระวังการเรียกเก็บภาษีหุ้นไทยใน 4 ปีต่อจากนี้ และยังคาดหวัง Fund Flow ในการไหลกลับเข้าในระยะถัดไป จากอนาคตที่มีแนวโน้มในการใช้ระบบเทรดมากขึ้น.