
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 16 ส.ค.66 ปิดตลาดที่ 1,519.56 จุด ลดลง–1.17 จุด มูลค่าการซื้อขายสิ้นวัน 59,402.80 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 883.96 ล้านบาท
บล.เอเซียพลัส ระบุ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องผู้ตรวจการ แผ่นดิน ปมมติสภาขวางโหวต Candidate นายกรัฐมนตรี จากพรรคก้าวไกลชิงเก้าอี้รอบ 2 ชี้ผู้ร้องไม่ได้ถูกละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ม.213 ส่งผลให้ ประธานรัฐสภาอาจกำหนดวันโหวตนายกรัฐมนตรีอยู่ในช่วง 18 หรือ 22ส.ค.66
ประเด็นดังกล่าว มีโอกาสจะเห็นการจัดตั้งรัฐบาลที่เร็วขึ้น และตลาดหุ้นน่าจะคาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายของพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ ทำให้สุญญากาศทางการเมืองใกล้สิ้นสุด
แนะนำหุ้นที่เคยร่วงแรงจากความกังวลการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองก่อนหน้านี้มีโอกาสดีดตัวขึ้นมาได้ แนะนำหุ้นเด่น 5 กลุ่ม คือ
1.หุ้นรายได้อิงโครงการ ภาครัฐ STEC, CK, BEM
2.หุ้นหวังพึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม SAWAD, CBG, JIMT
3.หุ้นทุนผูกขาด TRUE, CRC, CPN, CPALL, BJC
4.หุ้นได้รับผลกระทบปรับสูตรค่าไฟฟ้า GULF, BGRIM, GPSC, PTTGC
5.หุ้นรับกระแสข่าวดังกล่าว SIRI, SC, ADVANC, PR9, SCB
เอเซียพลัสยังแนะกลยุทธ์ลงทุน จากปัจจัยภายนอกประเทศที่กำลังผันผวนเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งจากความกังวล Fitch ลด Credit Rating ธนาคารพาณิชย์ ความกังวลวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นยังไม่จบรวมถึงเศรษฐกิจ จีนฟื้นช้ากว่าที่คาด กดดันให้เม็ดเงินลงทุนทยอยไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยต่อเนื่อง หนุน Dollar Index แข็งค่าขึ้น 3.7% ในช่วง 1 เดือน มาอยู่ที่ 103.2 จุด
ทั้งนี้ แนะนำให้หลบเข้าลงทุนในหุ้น Domestic ที่กำไรฟื้น!!
ขณะที่ บล.ทิสโก้ ประเมินค่าเงินบาทอ่อนค่ากดดันกระแสเงินทุนต่างประเทศ โดยนับตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. เป็นต้นมา
เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องจาก 34.0 บาท/ ดอลลาร์ฯขึ้นแตะบริเวณ 35.4 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนที่อ่อนค่าสุดในปีนี้
เป็นผลจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ตามความต้องการถือ สินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงตลาดผันผวน และการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทน พันธบัตรสหรัฐฯ ล่าสุดพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10Y US BondYield)ขยับขึ้นแตะระดับ 4.2% ซึ่งใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปีที่ประมาณ 4.3% ตลาดกลับมา คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีโอกาสจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ
ทิสโก้มองเงินบาทในระยะสั้นยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อ ทดสอบระดับ 35.5 บาท/ดอลลาร์ จากความไม่แน่นอนของการโหวตเลือกนายกฯ และการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า จะเป็นอุปสรรคต่อกระแสเงินทุนต่างประเทศไหลเข้า
เงินบาทที่อ่อนค่า คาดว่าจะเป็นผลดีต่อหุ้นส่งออกที่พึ่งพิงรายได้จากต่างประเทศ หุ้นเด่นที่ทิสโก้แนะนำ HANA (ให้ราคาเป้าหมายตามพื้นฐาน 51 บาท) MEGA (เป้า 47 บาท) SAPPE (เป้า 117 บาท)!!
อินเด็กซ์ 51