
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ผู้ให้บริการเครือข่าย เอ ไอ เอส (AIS) ประกาศงบผลประกอบการไตรมาสที่ 1/66 มีรายได้รวมอยู่ที่ 46,712 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากปีก่อน จากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้จากธุรกิจหลักร่วมกับการเติบโตของรายได้จากการขายอุปกรณ์ ซึ่งได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ที่ยังคงอยู่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19
ขณะที่กำไรสุทธิตามรายงานอยู่ที่ 6,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากปีก่อน จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของ EBITDA ร่วมกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ ในขณะที่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กำไรสุทธิตามรายงานลดลง 8.2% จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิที่ลดลง
โดยภาพรวมธุรกิจหลักเติบโตท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2566 ยังคงเปราะบางจากสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ในขณะที่สามารถเติบโตได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและสถานการณ์เงินเฟ้อที่เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น ท่ามกลางการเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ เอไอเอสมุ่งเน้นการเติบโตในรายได้ที่สามารถสร้างผลกำไรให้แก่บริษัท โดยมีรายได้จากการให้บริการหลัก 33,351 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับปัจจัย บวกจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงและธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร ในขณะที่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ฟื้นตัว เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน รายได้จากการให้บริการหลักลดลง 0.9% จากปัจจัยด้านฤดูกาลของธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังสามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยความเป็นผู้นำด้านโครงข่ายและการให้บริการ กลยุทธ์ด้านราคา และการพัฒนาเศรษฐกิจแบบร่วมกัน (Ecosystem Economy) รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 29,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน โดยได้รับผลดีจากการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของกำลังซื้อผู้บริโภค ควบคู่ไปกับความพยายามในการปรับโครงสร้างราคา ในขณะที่ยังได้รับผลดีจากการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น ซิมท่องเที่ยว และบริการโรมมิ่งระหว่างประเทศ เป็นต้น โดยการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนยัง ได้รับผลด้านบวกจากการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งาน 5G ซึ่งยังคงส่งผลดีต่อ ARPU 10-15%
ส่วนจำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมเพิ่มขึ้น 108,000 เลขหมาย หรือเพิ่มขึ้น 0.2% จากไตรมาสก่อน โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการ ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 46.1 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการระบบรายเดือนเพิ่มขึ้น 109,000 เลขหมาย และผู้ใช้บริการระบบเติมเงินคงที่จากไตรมาสก่อน จำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิ (net add) ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนเป็นผลจากการที่เอไอเอสมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มผู้ใช้บริการที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับการปรับโครงสร้างราคาแพ็กเกจเพื่อสร้างรายได้ที่ก่อให้เกิดกำไรต่อบริษัทด้าน ARPU ในไตรมาส 1/2566 ลดลง 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากปัจจัยด้านฤดูกาลตามปริมาณการใช้งานที่สูงในช่วงไตรมาส 4 ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับปีก่อน ARPU ลดลง 2.6% เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาซึ่งยังคงรุนแรงในช่วงต้นไตรมาสก่อนที่ตลาดจะมีการปรับราคาในเดือนมีนาคม 2566 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของ ARPU นี้ ลดลงในอัตราที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับอัตราลดลงปีต่อปีในไตรมาสก่อน (ไตรมาส 4/2565 ลดลง 4.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2564) ซึ่งแสดงถึงสัญญาณการแข่งขันที่เริ่มผ่อนคลายลง ในขณะที่ผู้ใช้งาน 5G ยังคงรักษาแนวโน้มเติบโตได้โดยมีผู้ใช้งาน 7.2 ล้านเลขหมาย