
ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 29 พ.ย.64 ว่า หุ้นไทยลดลงตลอดทั้งวันต่อเนื่องจากวันก่อนที่ปรับตัวลงแรง เพราะนักลงทุนผวาโควิด-19 กลายพันธุ์ “โอมิครอน” ที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก และหุ้นไทย ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้น เพื่อลดความเสี่ยง ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงหลุดแนวรับสำคัญทางเทคนิคที่ระดับ 1,600 จุด มาปิดตลาดที่ 1,589.69 จุด ลดลง 20.92 จุด มีมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นมากถึง 115,806 ล้านบาท
ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ชี้ว่าความกังวลของโอมิครอนจะกดดันการลงทุนในสัปดาห์นี้จนกว่าการพัฒนาวัคซีนจะคืบหน้าเชิงบวก หากอ้างอิงพฤติกรรมช่วงที่เดลตาระบาดหนัก ร่วมกับเงื่อนไขในปัจจุบันประเมินรอบการพักฐานของดัชนีตลาดหุ้นไทย 2 กรณี คือ 1.กรณีฐาน ห้ามการเดินทาง แต่ยังไม่ล็อกดาวน์ คาดดัชนีหุ้นไทยจะแกว่งตัวรอผล พัฒนาวัคซีน mRNA ด้านเทคนิคให้แนวรับที่ 1,590-1,600 จุด และ 2.กรณีแย่สุด หากหลายประเทศล็อกดาวน์ คาดดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลง 5-7% มีแนวรับของดัชนีที่ 1,550-1,570 จุด
ขณะที่ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้มุมมองว่า โอมิครอนอาจไม่กระทบต่อภาพรวมมากเท่ากับการระบาดระลอกก่อน เพราะการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้นมากในประเทศ, องค์ความรู้ป้องกันและรักษาโควิดที่ดีขึ้น, เทคโนโลยีของวัคซีน mRNA ที่ทำให้ปรับปรุงวัคซีนได้เร็วใน 2-3 เดือน และการตรวจที่ยังใช้ได้ดี แต่การที่หลายประเทศห้ามการเดินทางจาก 8 ประเทศแอฟริกา และการที่หลายประเทศยังใช้มาตรการเข้มข้นจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ อาจกระทบกับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่น่าจะไม่กระทบการเปิดเมือง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจ ราคาหุ้นที่ปรับลงเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ สื่อสาร ค้าปลีก
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ หลายประเทศกำลังจับตาการแพร่ระบาดและความรุนแรงของโอมิครอนที่ทำให้เกิดความตกใจของนักลงทุนทั่วโลก สะท้อนจากตลาดหุ้นที่ติดลบ ส่วนนายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยภัทรกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคิน กล่าวว่า ต้องติดตามโอมิครอนจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และไทยหรือไม่ แต่ต้องเข้าใจว่าโควิดจะอยู่กับเราไปอีกระยะ หลังจากโอมิครอน อาจมีตัวอื่นที่กลายพันธุ์ใหม่มาอีก ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกลงทุน ทำธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจช่วงต่อไป.