
ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 22 ก.ย.64 ปิดที่ 1,619.59 จุด บวก 4.73 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 79,028.45 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,025.19 ล้านบาท
หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด SCB ปิด 109.50 บาท บวก 2 บาท, TRUE ปิด 3.72 บาท บวก 0.34 บาท, ADVANC ปิด 196.50 บาท บวก 3.50 บาท, KBANK ปิด 122 บาท บวก 1 บาท, EE ปิด 1.94 บาท บวก 0.23 บาท
หุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อ โดยยังคงมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้น Big cap ที่ราคาปรับตัวลงไปก่อนหน้านี้ แต่ยังมีนักลงทุนบางส่วนชะลอการลงทุนเพื่อรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)
ขณะที่หุ้น SCB ทะยานขึ้นทำนิวไฮในรอบ 5 เดือน เป็นผลจากการประกาศความร่วมมือร่วมทุนของยักษ์ใหญ่ SCB กับ ADVANC จัดตั้งบริษัท เอไอเอสซีบี (AISCB) ด้วยทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท โดย SCB และ ADVANC ถือหุ้น 50% เท่ากันเพื่อให้บริการสินเชื่อดิจิทัลบุคคลผ่านออนไลน์ ซึ่งสร้างความฮือฮาให้วงการการเงินและสินเชื่อรายย่อย
และล่าสุด SCB ยังประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของธนาคารพร้อมๆกับการตั้งกองทุน Venture Capital ร่วมกับกลุ่มซีพีฯ ขนาด 600-800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินในด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน Decentralized Finance ตลอดจนเทคโนโลยีที่เกิดใหม่อื่นๆ
มาดูมุมมองโบรกเกอร์ ก่อนที่จะทราบรายละเอียดการประกาศปรับโครงสร้างรุกธุรกิจครั้งใหญ่ของ SCB
บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ ซื้อ SCB ให้ราคาเป้าหมาย 136 บาท คาดผลการดำเนินงาน Bottom 3Q21 ก่อนทยอยฟื้นตัวใน 4Q20 เป็นต้นไปตามการ Reopening ผู้บริหารตั้งเป้า ROE ฟื้นจาก 9% ใน 1H21 เป็น 10% ในปี 2022 และ 14-15% ระยะยาว
คาดกำไรปี 2021-2022 +18% Y-Y และ +14% Y-Y ตามลำดับ ระยะสั้นคาดมี Catalyst บวกจาก Event ที่ประกาศวันที่ 22 ก.ย. เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่
และคาดเห็นความร่วมมือในการรุกธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัลมากขึ้นอย่างมีนัย ขณะที่แนะนำ “ซื้อ” ADVANC เช่นกันให้ราคาเป้าหมาย 200 บาท
บล.เอเซียพลัสประเมินผลการร่วมตั้ง AISCB ระหว่าง SCB และ ADVANC รุกทำธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล รวมทั้ง การแถลงข่าวการปรับโครงสร้างภายใน ที่เน้นกลยุทธ์เชิงรุกทาง Digital มากขึ้น คาดหนุน ROE ระยะยาวสูงขึ้น ในช่วงถัดไป เป็นปัจจัยหนุนต่อการซื้อขายที่ระดับ PBV สูงขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 0.8 เท่า คงแนะนำซื้อ FV@
ปี 2564 ที่ 115 บาท และ 2565 ที่ 122 บาท และแนะนำ “ซื้อ” ADVANC คาดราคายังมี UPSIDE!!
อินเด็กซ์ 51