BGC เผยผลงานไตรมาส 2/64 กำไร 122.17 ล้าน เตรียมปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น

Investment

Capital Market

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

BGC เผยผลงานไตรมาส 2/64 กำไร 122.17 ล้าน เตรียมปันผล 0.12 บาทต่อหุ้น

Date Time: 13 ส.ค. 2564 15:20 น.

Video

ถอดรหัส 5 ธุรกิจต้นแบบ ESG Excellence จาก Krungsri ESG Awards 2025 | On The Rise EP.25

Summary

BGC สรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 กำไร 122.17 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติ 176 ล้านลงทุนขยายการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน ล่าสุดเตรียมจ่ายปันผล อัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น

Latest


BGC สรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 กำไร 122.17 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติ 176 ล้านลงทุนขยายการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน ล่าสุดเตรียมจ่ายปันผล อัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.64 นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้ว กล่าวว่า บริษัทฯ สามารถทำผลการดำเนินงานเติบโตอย่างโดดเด่น และฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา แม้จะมีการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด 

โดยผลการดำเนินงานล่าสุดในไตรมาส 2/64 มีรายได้จากการขาย 3,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 53% จากช่วงเดียวกันของปี 63

ปัจจัยที่สามารถทำผลการดำเนินงานเติบโต มาจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ โดยบริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าตามเป้าหมายที่วางไว้ ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการด้านการผลิตภายในโรงงาน ประสิทธิภาพในการผลิต หรือ Efficiency Rate ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 86.5%

ในขณะเดียวกันบริษัทฯ เริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนในบริษัท บางกอกบรรจุภัณฑ์ จำกัด หรือ BVP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์กระดาษ และบริษัท บีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด หรือ BGP ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายฟิล์มพลาสติก ฝาพลาสติก ขวด PET หลอดพรีฟอร์ม ตั้งแต่เดือน เม.ย. 64 ตามกลยุทธ์ยกระดับธุรกิจสู่ Total Packaging Solutions ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 64 ที่มีรายได้จากการขาย 6,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 311 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ การเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ มี Product Mixed ที่หลากหลายยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีเฉพาะบรรจุภัณฑ์แก้ว และยังทำให้บริษัทฯ มีอำนาจต่อรองที่ดีและสามารถเพิ่มยอดขายจากลูกค้าแต่ละราย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการต้นทุนด้านต่างๆ โดยคาดว่าในปี 64 ทั้ง 2 บริษัทฯ ได้แก่ BVP และ BGP จะมียอดขายรวมกันประมาณ 2,000 ล้านบาท

จากผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 83.33 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 24 ส.ค.64 และจะจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 10 ก.ย.64

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติงบลงทุน 176 ล้านบาท สำหรับ BGP เพื่อเดินหน้าขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน หรือ Flexible Packaging กำลังการผลิตสูงสุด 50 ล้านเมตรต่อปี ซึ่งเป็นการเพิ่มพอร์ตสินค้าและความหลากหลายด้านบรรจุภัณฑ์ ตอบสนองความต้องการกลุ่มถุงบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนภายในประเทศที่มีอัตราเติบโตสูง ขยายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ธุรกิจกลางน้ำ และรองรับเป้าหมายการเติบโตของกลุ่มบรรจุภัณฑ์ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเริ่มการลงทุนขยายกำลังการผลิตในไตรมาส 1/65 และแล้วเสร็จเริ่มผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายได้ภายในไตรมาส 1/66 จะเป็นหนึ่งในแผนลงทุนจะขับเคลื่อนการเติบโต เพื่อบรรลุเป้าหมายรายได้ 2.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 68 

สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงปี 64 ครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามแผนงานที่วางไว้ และผลักดันผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งปีเติบโตใกล้เคียงกับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ในปี 62 เนื่องจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์แก้วและบรรจุภัณฑ์อื่นๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศและห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงวางเป้าหมายสร้างยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง

ทั้งนี้ เชื่อว่าหากกระจายวัคซีนแก่ประชาชนได้มากขึ้นและสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย จะส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ทยอยเปิดกิจการ ทำให้ความต้องการบรรจุภัณฑ์มีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับในช่วงไตรมาสสุดท้ายของทุกปีถือเป็น Hight Season หรือฤดูการขายสินค้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของบริษัทฯ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ