ปริญญาไม่ช่วยอะไร? เมื่อ Agentic AI จ้องแย่งงานคนออฟฟิศ

Experts pool

Columnist

Tag

ปริญญาไม่ช่วยอะไร? เมื่อ Agentic AI จ้องแย่งงานคนออฟฟิศ

Date Time: 29 พ.ค. 2569 18:30 น.

Video

ปลุก “ต่อมเอ๊ะ” ยังไง ไม่ให้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน? กับ ดร.เอ็ม - ดร.กร | Money Issue EP.51

Summary

วิกฤต AI แย่งงานไม่ใช่เรื่องอนาคต แต่อยู่ในออฟฟิศเราในวันนี้แล้ว การเรียนจบสูงไม่ได้เป็นเกราะคุ้มกันอีกต่อไป ลองสำรวจตัวเองดูว่าคุณกำลังเป็นแรงงานทักษะสูงที่รอวันถูกแทนที่ หรือกำลังพัฒนาตัวเองเป็นผู้ควบคุม AI

Latest


เรียนจบตั้งสูง แต่ AI ไล่บี้จนต้องลดระดับ? เปิดโผงานทักษะสูงในไทยที่เสี่ยงโดน “Agentic AI” เสียบแทน! คิดว่าเรียนจบปริญญาตรี มีเงินเดือนเกือบสามหมื่น นั่งทำงานเก๋ ๆ ในออฟฟิศติดแอร์เมืองกรุงแล้วจะรอดจากเทคโนโลยีใช่ไหม? คำตอบจากรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาสล่าสุดของ สศช. กำลังบอกความจริงที่คนทำงานออฟฟิศทุกคนต้องฟังว่า... คนโปรไฟล์แบบนี้แหละคือเป้าหมายอันดับหนึ่งที่กำลังจะโดนแย่งงาน

รอบนี้ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กางตัวเลขให้เห็นชัด ๆ ว่า มีแรงงานไทยถึง 8.7 ล้านคน หรือคิดเป็น 21.8% ของคนทำงานทั้งประเทศที่กำลังอยู่ในเรดาร์ของปัญญาประดิษฐ์ ที่น่ากลัวคือ AI วันนี้มันฉลาดเกินกว่า Generative AI (Gen AI) ที่ทำได้แค่ตอบคำถามไปไกลแล้ว แต่มันคือยุคของ Agentic AI ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถคิดเอง วางแผนเอง และปิดจ็อบงานแทนมนุษย์ได้ครบวงจร พูดง่าย ๆ คือมันพร้อมจะมานั่งเก้าอี้ทำงานแทนเราได้ทุกเมื่อ

ในบรรดาคนที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ กลุ่มเสี่ยงโดนทดแทนโดยตรง (Task Replacement) ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 2.2 ล้านคน ลองมาเช็กโปรไฟล์คนกลุ่มนี้ดูว่าตรงกับตัวคุณหรือคนรอบข้างกี่ข้อ? ผลประเมินชี้ว่า 55.8% คือคนเรียนจบปริญญาตรีขึ้นไป รายได้เฉลี่ย 27,820 บาทต่อเดือน อายุเฉลี่ยอยู่ในช่วงกำลังสร้างตัวคือ 36.5 ปี และมากกว่าครึ่งนั่งทำงานกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

อาชีพไหนบ้างที่อยู่ในข่ายนี้? 

คำตอบคือตำแหน่งงานยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ที่เน้นการทำซ้ำ มีแบบแผน หรือคิดตามตรรกะตายตัว อันดับหนึ่งคือ เสมียน เลขานุการ และงานสนับสนุนสำนักงาน ที่มีสัดส่วนความเสี่ยงสูงถึง 52.5% ตามมาด้วยสายโฆษณาและการตลาด 31.1% งานบริการลูกค้าและประชาสัมพันธ์ 28.4% นักวิเคราะห์การเงิน 24.7% และพนักงานบัญชี 13.7% แม้กระทั่งโปรแกรมเมอร์เอง AI ก็สามารถทดแทนหรือช่วยงานได้สูงถึง 74.5% แล้ว ข้อมูลนี้ล้างความเชื่อเดิม ๆ ทันทีที่ว่าเรียนจบสายวิชาชีพเฉพาะทางแล้วจะปลอดภัย ตราบใดที่เนื้องานยังเป็นการคีย์ข้อมูลหรือเขียนโค้ดตามโจทย์ Agentic AI ทำแทนได้สบาย แถมไม่มีวันเหนื่อย

ประเด็นที่คนทำงานรุ่นใหม่ต้องมองให้ออกคือ ปรากฏการณ์ Downshifting หรือภาวะทักษะสูงไหลลงล่าง เมื่อคนนั่งหน้าคอมพิวเตอร์โดนเทคโนโลยีทุบหม้อข้าว พวกเขาจะยอมลดระดับลงไปแข่งขันในงานทักษะต่ำกว่าเพื่อความอยู่รอด ทำให้ตลาดแรงงานกลุ่มล่างเกิดภาวะคนล้นงาน เด็กจบใหม่จะหางานตรงสายยากขึ้น และนำไปสู่วังวนที่ชั่วโมงทำงานและรายได้หดหายไปในที่สุด ยิ่งอนาคตมีระบบหุ่นยนต์ปฏิบัติการ (Physical AI) เข้ามาเสริม งานที่ใช้แรงกายและทักษะปฏิบัติที่มีขั้นตอนตายตัวก็จะยิ่งถูกจำกัดพื้นที่ลงไปอีก

แต่ในวิกฤตก็ยังมีมุมรอดสำหรับคนที่ปรับตัวไว นั่นคือ กลุ่มที่ใช้ AI มาช่วยเสริมพลัง (Task Augmentation) ซึ่งมีอยู่ราว 6.5 ล้านคน กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จบต่ำกว่าปริญญาตรี มีรายได้เฉลี่ย 21,506 บาทต่อเดือน เหตุผลที่พวกเขาไม่โดนแย่งงาน 100% เพราะเนื้องานหลักยังต้องพึ่งพาทักษะมนุษย์จ๋า ๆ ที่หุ่นยนต์ยังเลียนแบบยาก เช่น การสื่อสาร การเจรจาต่อรอง และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตัวอย่างเช่น กลุ่มผู้จัดการ พนักงานขาย หรือเจ้าของร้านค้า ที่ใช้ AI มาเป็นเลขาฯ ส่วนตัวช่วยสรุปเอกสารและหาข้อมูล ทำให้ทำงานเสร็จไวและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยที่ AI แทนที่ตัวตนของเขาไม่ได้

เรื่องนี้สะท้อนว่า ไม้บรรทัดวัดความอยู่รอดในโลกการทำงานวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่คุณจบปริญญาคณะไหน แต่อยู่ที่ “เนื้องานของคุณเปิดช่องให้ AI ทำแทนได้ง่ายแค่ไหน” ทางรอดเดียวของคนรุ่นใหม่คือต้องรีบผันตัวจากคนทำงานตามสั่ง ขึ้นมาเป็นผู้บริหารจัดการ AI (AI Manager) ให้เร็วที่สุด ปรับบทบาทมาเป็นคนคุมเกม คอยตรวจเช็กความถูกต้องและอุดช่องโหว่ทางเทคนิคที่ AI ยังทำไม่ได้

ขณะเดียวกัน สศช. เสนอว่าภาครัฐและภาคการศึกษาต้องรื้อระบบขนานใหญ่ เร่งส่งเสริมการใช้ AI ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล และยกระดับกฎหมายธรรมาภิบาลดิจิทัลให้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงการกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจนหาก AI ก่อความเสียหาย

วิกฤต AI แย่งงานไม่ใช่เรื่องอนาคต แต่อยู่ในออฟฟิศเราในวันนี้แล้ว การเรียนจบสูงไม่ได้เป็นเกราะคุ้มกันอีกต่อไป ลองสำรวจตัวเองดูว่าคุณกำลังเป็นแรงงานทักษะสูงที่รอวันถูกแทนที่ หรือกำลังพัฒนาตัวเองเป็นผู้ควบคุม AI เพราะในโลกยุค Agentic AI คนที่หยุดอยู่กับที่... คือคนที่กำลังรอวันโดนลดระดับโดยไม่รู้ตัว

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์

อมรรัตน์ จรูญสมิทธิ์
ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ