
เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ร่วมคณะไปกับ สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เพื่อติดตามความคืบหน้า “โครงการนำร่องการจัดการขยะชุมชน แบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์” ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้ดึง 4 องค์กรปกครองท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วม และนำเทคโนโลยีกู้วิกฤติปัญหาขยะล้นเมือง เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้ ไปต่อยอดด้วยการ นำขยะพลาสติก ไปผลิตเป็นน้ำมันและไฟฟ้าในอนาคต
ถือเป็นอีกทางเลือกช่วยกู้วิกฤติพลังงาน และเพิ่มนวัตกรรม ให้ภาคเกษตรกรรมและขนส่ง ได้ใช้น้ำมันราคาถูก ท่ามกลางความผันผวน จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง
อัมรินทร์ วงษ์พันธุ์ รองผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เล่าให้ฟังว่า โครงการนำร่องการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ (Decentralized - Integrated Solid Waste Management System) ที่ มทส. ได้รับการจัดสรรเงิน จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 588,425,000 บาท เพื่อส่งเสริมสาธิต นำร่องขยายผลเทคโนโลยีการจัดการขยะแบบครบวงจรของ มทส. ในจังหวัดนครราชสีมา ให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ที่ประสบปัญหาวิกฤติด้านการจัดการขยะ และมีความพร้อมรับเทคโนโลยี และพร้อมบริหารจัดการระบบ
โดยมี อปท. นำร่อง 4 อำเภอหลักคือ เทศบาลเมืองสีคิ้ว อ.สีคิ้ว เทศบาลเมืองเมืองปัก อ.ปักธงชัย เทศบาลตำบลด่านขุนทด อ.ด่านขุนทด และเทศบาลตำบลแชะ อ.ครบุรี
สำหรับ กรณีศึกษาของโครงการจัดการขยะชุมชนของ มทส. มีการใช้เทคโนโลยีบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเชิงกลชีวภาพ หรือ SUT-MBT (Mechanical and Biological Treatment Technology : Suranaree University of Technology) สามารถกำจัดขยะ ที่ได้รับจาก อปท. แห่งละ 25 ตันต่อวัน รวม 100 ตันต่อวัน และยังมีผลลัพธ์ที่ได้เป็นเชื้อเพลิง RDF (Refuse-derived Fuel) ที่มีค่าความร้อนสูง เมื่อนำมาผ่านระบบไพโรไลซิส สามารถแปรรูปขยะพลาสติกเป็นผลิตน้ำมันไพโรไลซิส ซึ่งสามารถต่อยอด ไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินได้
ที่สำคัญ โครงการผลิตน้ำมัน จากขยะพลาสติกเป็นทางเลือก ในการแก้วิกฤติพลังงานในปัจจุบัน ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ของการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจร ในรูปแบบกระจายศูนย์ โดยผสานเทคโนโลยี MBT ที่สามารถคัดแยกและแปรรูปขยะมูลฝอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมผลิตเชื้อเพลิงขยะ ทั้งในรูปแบบเชื้อเพลิงแข็ง (RDF) พลาสติก (RDF-3) และเชื้อเพลิงผสม (Reject) เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า หรือนำไปผลิตเป็นน้ำมันไพโรไลซิสด้วยเทคโนโลยีการเผาแบบไร้อากาศ หรือ เทคโนโลยีไพโรไลซิส ที่สามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินใช้ในภาคเกษตร ภาคขนส่งได้
ทั้งนี้ เทคโนโลยีไพโรไลซิส สามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณ 4-5 ตันต่อวัน ให้กลายเป็นน้ำมันดิบได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคขนส่งได้จริง
“ในมิติของนโยบาย โครงการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติก เป็นทางเลือกในการแก้วิกฤติพลังงานในระดับประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงสถานการณ์ผันผวนของตลาดโลก”
ดังนั้น หากมีการขยายผลผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีอยู่ 8,000 แห่งทั่วประเทศ จะสามารถกระจายโอกาสในการเข้าถึงพลังงานไปยังระดับชุมชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ต้องการพลังงานต้นทุนต่ำ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาขยะสะสม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกเชิงยุทธศาสตร์ในการรับมือวิกฤติพลังงานอย่างยั่งยืน
อัมรินทร์ เล่าให้ฟังอีกว่า ประสิทธิภาพเชิงนวัตกรรม ที่สำคัญของเทคโนโลยี SUT-MBT อาทิ
การลดความชื้นเร่งด่วน: สามารถลดความชื้นของขยะสดจาก 60% ให้เหลือต่ำกว่า 30% ได้ภายใน 15-30 วัน ซึ่งเร็วกว่าการหมักตามธรรมชาติ แก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นและแมลงพาหะนำโรค
การผลิตเชื้อเพลิงคุณภาพสูง (RDF): ขยะที่ผ่านกระบวนการจะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะ (Refuse Derived Fuel) ที่มีค่าความร้อนสูง เหมาะสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า. วัสดุปรับปรุงดิน ผลพลอยได้จากการคัดแยกส่วนอินทรีย์สารจะถูกนำมาผลิตเป็นปุ๋ยคืนสู่ภาคการเกษตรในพื้นที่ เป็นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับสู่ชุมชน 100%
ระบบไพโรไลซิส (Pyrolysis Technology): นอกเหนือจากเชื้อเพลิงแข็ง (RDF) โครงการนี้ยังนำขยะพลาสติก 4-5 ตัน มาผ่านกระบวนการเผาแบบไร้อากาศที่อุณหภูมิ 300-500 องศา เพื่อผลิตเป็นน้ำมันไพโรไลซิสได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคการเกษตรสำหรับเครื่องจักรทางการเกษตร ภาคขนส่งหรืออุตสาหกรรมได้. รวมทั้ง โรงไฟฟ้าพลาสมาแก๊สซิฟิเคชั่น เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีการเผาไหม้ที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูง เพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 1.2 เมกะวัตต์ โดยใช้เชื้อเพลิงจากขยะ RDF ที่โครงการผลิตขึ้นเอง ถือเป็นการสร้างระบบพึ่งพาตนเอง ด้านพลังงานที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
ปัจจุบันโครงการนำร่องการจัดการขยะชุมชน แบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ทั้ง 4 ศูนย์ ช่วยบรรเทาปัญหาวิกฤติขยะจังหวัดนครราชสีมาได้กว่า 180 ตันต่อวัน หรือ 21,600 ตันต่อเดือน
นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ได้จัดทำระบบการบริหารจัดการโรงงาน พร้อมจัดอบรม/ถ่ายทอดเทคโนโลยีเตรียมความพร้อมให้แก่เจ้าหน้าที่ของ อปท. ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และได้วางแผนการบริหารจัดการธุรกิจการบริหารผลพลอยได้ หรือผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง RDF ปุ๋ยอินทรีย์หรือวัสดุปรับปรุงดิน ในลักษณะวิสาหกิจชุมชน และในรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม พร้อมคอยกำกับและให้คำปรึกษา ในการควบคุมคุณภาพของผลผลิตของผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง RDF
เขาย้ำทิ้งท้ายอีกว่า โครงการที่ มทส. คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ กองทุนอนุรักษ์พลังงาน จึงจะเน้นการสนับสนุนโครงการที่มีลักษณะเป็นต้นแบบ ความสำเร็จ และมีแผนการบริหารจัดการที่ยั่งยืนเช่นนี้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney