
หากมีใครสงสัยว่าทำไมราคาทองคำพุ่งทะลุ 4,700 ดอลลาร์สหรัฐ และเงินสัมผัส 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ คำตอบก็คงอยู่ในสุนทรพจน์ของทรัมป์ที่ดาวอสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางโลกที่เข้าสู่ยุค VUCA (Volatility-Uncertainty-Complexity-Ambiguity หรือผันผวน-ไม่แน่นอน-ซับซ้อน-อึมครึม) อย่างเต็มรูปแบบ การที่ทรัมป์ประกาศว่า “จะไม่ใช้กำลังทหาร” ยึดกรีนแลนด์และระงับมาตรการภาษีต่อยุโรป ไม่ใช่การถอยร่น แต่เป็น “การคำนวณเชิงกลยุทธ์” ที่ซ่อนนัยสำคัญหลายชั้น
หนึ่ง คลายความกังวลตลาดการเงิน การประกาศ “ไม่ใช้กำลัง” ช่วยป้องกันไม่ให้ตลาดหุ้นและตราสารหนี้โลกตกต่ำจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ทรัมป์ก็ไม่ได้ถอย เขาเน้นย้ำ “คำระหว่างบรรทัด” ว่าสหรัฐมีกำลังที่ “ไม่มีใครหยุดได้” เห็นได้จากกรณีเวเนซุเอลาที่รัฐบาลใหม่ยอมหยุดโจมตีและทำข้อตกลงทันทีหลังการแสดงพลัง นี่คือการบริหารการรับรู้อย่างชาญฉลาด ทำให้ตลาดสงบลงระยะสั้นแต่ยังคงแรงกดดันต่อยุโรป
สอง ส่งสัญญาณไปศาลฎีกา การเน้นกรณีสวิตเซอร์แลนด์ที่ถูกขึ้นภาษี 30% จนยอมเจรจาลดลงเหลือ 15% และฝรั่งเศสที่ถูกขู่ภาษีไวน์ 100% เป็นการสร้าง “บรรทัดฐานใหม่” ว่าภาษีเป็น “เครื่องมือสร้างสมดุลการค้า” ไม่ใช่การใช้อำนาจโดยพลการ ซึ่งจะช่วยให้ทรัมป์มีอำนาจใช้ภาษีเป็นเครื่องมือต่อรองได้อย่างเต็มที่ หากศาลฎีกา รับฟัง
สาม ส่งข้อความหา Fed การโอ้อวดว่า “เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.5% แต่เติบโต 5.4%” เป็นการบอก Federal Reserve ว่านโยบายของเขาไม่สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อ Fed จึงสามารถลดดอกเบี้ยได้มากขึ้น ประกอบกับการประกาศว่าจะแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่เร็วๆ นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นคนที่ “เข้าใจนโยบายของเขา”
และสรุป สี่ มั่นใจในทีมเศรษฐกิจ เมื่อถูกถามเรื่องการขาดดุลงบประมาณ ทรัมป์ตอบสบายๆ ว่า “สิ่งสำคัญคือการเติบโต” เพราะมีความมั่นใจใน Scott Bessent รัฐมนตรีคลังที่กำลังบริหารการรับรู้ของตลาดอย่างใกล้ชิด นี่คือ Supply-Side Economics ที่เชื่อว่าการเติบโตจะทำให้รายได้ภาษีเพิ่มขึ้นชดเชยการขาดดุลได้
ภายหลังสุนทรพจน์ ทรัมป์หารือกับ Mark Rutte เลขาธิการ NATO และบรรลุ “framework of a future deal” เกี่ยวกับกรีนแลนด์และภูมิภาคอาร์กติก ส่งผลให้มาตรการภาษีที่จะเริ่ม 1 กุมภาพันธ์ถูกระงับ
รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กระบุว่าสถานการณ์ “จบลงดีกว่าที่เริ่มต้น” แต่ย้ำว่ากรีนแลนด์ยังเป็นของเดนมาร์ก ขณะที่ทรัมป์บอกว่าเป็น “ข้อตกลงระยะยาวมาก” และสหรัฐจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับ “สิทธิแร่ธาตุ” โดยไม่ให้รายละเอียด
นี่คือ Art of the Deal สไตล์ทรัมป์: เริ่มต้นด้วยการเรียกร้องสูง (ยึดกรีนแลนด์) แสดงพลัง (เวเนซุเอลา) ใช้เครื่องมือเศรษฐกิจ (ภาษี) แล้วเจรจาให้ได้ “สิทธิพิเศษ” โดยไม่ต้องใช้กำลัง มีแนวโน้มว่าสหรัฐจะได้ขยายฐานทัพ เข้าถึงแร่หายาก และมีส่วนร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แลกกับการรับประกันความมั่นคงและผ่อนปรนภาษีให้ยุโรป
แต่ภาพใหญ่กว่านั้นคือโลกกำลังเข้าสู่ยุค VUCA อย่างสมบูรณ์ เพียงครึ่งเดือนแรกของปีม้าไฟ เราเห็นการประท้วงนองเลือดในอิหร่าน (ผู้เสียชีวิต 3,000+ คน), วิกฤติการเมืองฝรั่งเศสที่ผ่านงบไม่ได้, การเลือกตั้งกะทันหันญี่ปุ่น-ไทย, และจีนที่เข้าสู่วังวนเงินฝืดขณะที่สินเชื่อใหม่โตต่ำสุดนับตั้งแต่ 2018
ที่น่ากังวลที่สุดคือความน่าเชื่อถือของสหรัฐที่สั่นคลอน แม้เงินเฟ้อ CPI ธันวาคมจะออกมาที่ 2.7% ต่ำกว่าคาด แต่ความน่าเชื่อถือของข้อมูลเป็นประเด็นเพราะ government shutdown ทำให้เก็บข้อมูลไม่ครบ การวิเคราะห์ของเราพบว่าเงินเฟ้อน่าจะใกล้ 3.0% โดยเฉพาะราคาอาหารที่พุ่ง 0.7% สูงสุดนับแต่ตุลาคม 2022
ยิ่งกว่านั้นคือการกัดกร่อนความเป็นอิสระของ Fed โดยกระทรวงยุติธรรมออกหมายเรียก Fed และศาลฎีกาอาจตัดสินให้รัฐบาลปลดผู้ว่าการ Lisa Cook ได้วันที่ 21 มกราคมนี้ Jamie Dimon เตือนว่าการแทรกแซง Fed จะทำให้ inflation premium ในตลาดพันธบัตรสูงขึ้น บั่นทอนความน่าเชื่อถือที่โลกพึ่งพามากว่าครึ่งศตวรรษ
นี่คือเหตุผลที่ทองคำพุ่งไม่หยุด ไม่ใช่แค่การหนีสู่ที่ปลอดภัยแบบปกติ แต่สะท้อนความกังวลเชิงโครงสร้างต่อระบบการเงินโลก ทองคำพุ่ง 4% หลังเหตุการณ์เวเนซุเอลา และมีแนวโน้มสู่ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากสามปัจจัย: ดอกเบี้ยที่ยังลดลง, ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรง, และความเป็นอิสระธนาคารกลางที่ลดลง
สำคัญกว่านั้นคือ การใช้อำนาจตามอำเภอใจของสหรัฐกำลังผลักดันให้ประเทศต่างๆ ลดการพึ่งพาดอลลาร์ ซึ่งเป็นแรงหนุนระยะยาวให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่ขึ้นกับสกุลเงินใดสกุลหนึ่ง
ระยะสั้น (1-3 เดือน): มอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1,250-1,345 จุด ติดตามงบ 4Q ธนาคาร, นโยบายหาเสียงก่อนเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์, และความผันผวนภูมิรัฐศาสตร์ กลยุทธ์แนะนำ “Selective Buy” ใน:
Earnings Play: หุ้นที่กำไร 4Q เติบโตเกิน 10% (ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM TRUE)
ปันผลคุณภาพ: เพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวน (AP DIF KTB PTT TISCO, BAM KBANK SAT THANI TLI)
Election Rally: หุ้นที่รับประโยชน์จากเม็ดเงินหาเสียง (CPALL BJC CPN, GFPT OSP, MTC SAWAD TIDLOR)
ระยะกลาง (3-12 เดือน): เพิ่มน้ำหนักทองคำและเงินเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง ทองคำมีโอกาสทดสอบ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้ สำหรับนักลงทุนไทยอาจพิจารณากองทุนรวมทองคำหรือ Gold ETF ที่ลงทุนง่ายและมีสภาพคล่อง
ระยะยาว: โลกกำลังเปลี่ยนจาก Pax Americana ไปสู่โลกหลายศูนย์กลางอำนาจ นักลงทุนต้องปรับพอร์ตให้กระจายความเสี่ยงมากขึ้น เพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ปลอดภัย และระมัดระวังสินทรัพย์ที่ขึ้นกับความมั่นคงทางการเมือง
จำไว้ว่า ในยุค VUCA ความผันผวนไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นสภาวะปกติที่ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วม ผู้ที่เตรียมพร้อมและปรับตัวได้เร็วจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้
ขอให้นักลงทุนโชคดี