USD Futures เครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

Experts pool

Columnist

หลักทรัพย์บัวหลวง

หลักทรัพย์บัวหลวง

Tag

USD Futures เครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

Date Time: 14 ก.ย. 2567 09:06 น.

Video

ปี 2026 ทองคำมาวิน? หุ้นไทยปีนี้ยากแล้ว ปีหน้ายากกว่า?| Thairath Money Night Stand EP.30

Summary

Latest


USD Futures เครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

ถ้าย้อนกลับไปดูการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในปี 67 พบว่า ตั้งแต่ต้นปีอ่อนค่าจากบริเวณ 34.37 บาท
ต่อดอลลาร์สหรัฐ ไปทำจุดอ่อนค่าสุดของปีช่วงเดือนพ.ค. ที่ 37.24 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่ต้นเดือนก.ค. จะพลิกแข็งค่าจาก 36.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มาปิดสิ้นเดือนส.ค. ที่ 33.87 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าเงินบาทนั้น เคลื่อนไหวผันผวนสูง ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกต้องเผชิญ อย่างไรก็ดีแม้ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกจะเผชิญความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็สามารถที่จะบริหารความเสี่ยงดังกล่าวได้ โดยในปัจจุบันได้มีเครื่องมือทางการเงินให้เลือกใช้ไม่ว่าจะเป็น Forwards และ Options ที่สามารถทำกับธนาคารพาณิชย์ หรือ Futures ที่ซื้อขายผ่านตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ TFEX

เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนใน TFEX

เครื่องมือทางการเงินสำหรับการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกสามารถซื้อขายผ่าน TFEX ได้นั่นก็คือ USD Futures โดย USD Futures คือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งผู้ซื้อผู้ขายจะเข้ามาตกลงราคาซื้อขายกันในปัจจุบัน มีลักษณะของสัญญาที่เป็นมาตรฐาน
และมีการกำหนดระยะเวลาส่งมอบตามที่ระบุไว้

การซื้อขาย USD Futures ทำได้โดยการเปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับบริษัทหลักทรัพย์
ไม่จำเป็นต้องมีสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ และสามารถซื้อขายได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ได้ถึงตี 3 ของวันถัดไป ซึ่งจะเข้ามาช่วยผู้ประกอบนำเข้าและส่งออกสามารถล็อกอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ ดังตัวอย่างด้านล่าง

ตัวอย่าง ผู้นำเข้าต้องชำระค่าซื้อสินค้าในวันที่ 27 ธ.ค. 67 จำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินบาทอ่อนค่า จึงเข้าทำการ Long USDZ24 (หมดอายุเดือน ธ.ค. 67) ที่ 33.57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 100 สัญญา (ตัวอย่างไม่รวมค่าธรรมเนียมการซื้อขาย)

ที่มา: Settrade Streaming ณ วันที่ 10 ก.ย. 67

เนื่องจาก USD Futures มีขนาดสัญญาเท่ากับ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ จึงต้องใช้ USD Futures จำนวน 100 สัญญา 

กรณีเงินบาทอ่อนค่าไปที่ 36.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ผู้นำเข้าซื้อดอลลาร์ที่ 36.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ต้องใช้เงิน (36.75 x 100,000) = 3,675,000 บาท
USD Futures จะได้กำไรเท่ากับ (36.75 - 33.57) x 1,000 x 100 = 318,000 บาท
สุทธิแล้วใช้เงินซื้อดอลลาร์ไปทั้งหมด (3,675,000 - 318,000) = 3,357,000 บาท
กรณีเงินบาทแข็งค่าไปที่ 32.89 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ผู้นำเข้าซื้อดอลลาร์ที่ 32.89 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ต้องใช้เงิน (32.89 x 100,000) = 3,289,000 บาท USD Futures จะขาดทุนเท่ากับ (32.89 - 33.57) x 1,000 x 100 = 68,000 บาท สุทธิแล้วใช้เงินซื้อดอลลาร์ไปทั้งหมด (3,289,000 + 68,000) = 3,357,000 บาท 

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าในอนาคตไม่ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าหรืออ่อนค่าไปที่เท่าไหร่ ผู้นำเข้าจะมีต้นทุนในการซื้อดอลลาร์ที่ 3,357,000 บาท และเท่ากับราคาที่เข้าไปซื้อ USD Futures เอาไว้

จากตัวอย่างข้างต้นผู้เขียนคิดว่าผู้อ่านทุก ๆ ท่านน่าจะได้เห็นภาพกลไกของการใช้ USD Futures มาบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ว่าได้เข้ามาช่วยผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกได้อย่างไร และหวังว่าบทความในตอนนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้ USD Futures ไม่มากก็น้อย


Author

หลักทรัพย์บัวหลวง

หลักทรัพย์บัวหลวง
หลักทรัพย์บัวหลวง