
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ให้ศึกษามาตรการทางการค้ากับอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะมีการประกาศนโยบายทางการค้า เช่น กำแพงภาษี ที่อาจจะเป็นผลเสียต่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทยรวมถึงสินค้าอื่น ๆ เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทางรัฐบาลได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานนโยบายการค้าสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2568 เพื่อดำเนินการศึกษาวางแผน และรับมือ โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะทำงาน รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งศึกษาสรุปข้อมูล ทั้งผลดีผลเสีย และมาตรการรับมือเจรจาต่อรองทางด้านการค้าการลงทุน เพื่อนำมาเสนอต่อ ครม. ในครั้งต่อไป
ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กรณีที่มีรายงานนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมประกาศขึ้นภาษีอะลูมิเนียม และเหล็กที่นำเข้าสหรัฐฯ 25% จะกระทบกับประเทศไทยหรือไม่ ว่า จากการพูดคุยกับกลุ่มสมาคมเหล็กแบบตรงไปตรงมา ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก มีมาตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว มองว่าผลกระทบน่าจะไปเกิดขึ้นที่เม็กซิโกและแคนาดามากกว่า สำหรับไทยคิดว่าไม่น่ามีผลกระทบอะไรมาก เพราะไทยส่งเหล็กไปสหรัฐฯไม่กี่แสนตัน แต่ที่เป็นห่วงสินค้าที่ส่งไปสหรัฐฯไม่ได้ จะเข้ามาตลาดไทย แต่กระทรวงอุตสาหกรรมและสมาคมเหล็ก เตรียมมาตรการตั้งรับ อาทิ ห้ามตั้งห้ามขยายโรงงานเหล็กเพิ่มเติมในไทย รวมถึงการเข้ามาของธุรกิจต่างด้าว ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเข้มงวดตรวจตราโรงงานที่ประดิษฐ์สิ่งของไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเหล็ก ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่กังวลต่อมาตรการดังกล่าวของสหรัฐฯใช่หรือไม่
นายเอกนัฏ กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ส่วนตัวกังวล แต่จากเท่าที่ได้คุยกับ 10 สมาคมเหล็ก ยืนยันว่าไม่กระทบ และมีการเตรียมมาตรการรองรับแล้ว