Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR
InvestmentPersonal FinanceEconomicsBusiness & MarketingTech & InnovationSustainabilityExperts PoolVideosPR News
ท่องเที่ยวไทยปี 67 คาดฟันรายได้ 2.52 ล้านล้าน พบต่างชาติใช้เงินมากกว่าคนไทยเกือบ 10 เท่า

Economics

Thailand Econ

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

ท่องเที่ยวไทยปี 67 คาดฟันรายได้ 2.52 ล้านล้าน พบต่างชาติใช้เงินมากกว่าคนไทยเกือบ 10 เท่า

Date Time: 19 ก.พ. 2567 16:22 น.

Video

ไทยจะยั่งยืนได้ ต้องเลิกสนับสนุนธุรกิจทำลายโลก

Summary

  • Krungthai COMPASS ประเมินว่า ในปี 2567 ภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 34 ล้านคน หรือฟื้นตัวราว 85% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 (ปี 2562) โดยนักท่องเที่ยวหลัก เช่น กลุ่มอาเซียน อินเดีย รัสเซีย รวมถึงกลุ่มยุโรป จะฟื้นตัวได้ในระดับใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดโควิด ส่วนการใช้จ่ายพบปี 2566 ที่ผ่านมาต่างชาติใช้เงินมากกว่าคนไทยเกือบ 10 เท่า

Latest


จากข้อมูลพบว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยปี 2566 ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 28.2 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทยกว่า 249 ล้านคน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวไทยทั้งผู้ที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยว และอื่นๆ ทั้งที่พักค้างคืน และไม่พักค้างคืน สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยรวม 2.17 ล้านล้านบาท 

ทั้งนี้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทย กลับมาเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566 เติบโตขึ้นกว่า 154% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยเติบโตราว 22% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 

อัตราเข้าพัก และราคาห้องพักปรับตัวดีขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายต่อคนยังน้อยกว่าปี 2562

ในปี 2566 อัตราการเข้าพักของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยอยู่ที่ 69.3% กลับมาใกล้เคียงปี 2562 ขณะที่ราคาห้องพักที่ขายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 1,488 บาทต่อห้อง คิดเป็นการฟื้นตัวราว 86% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แต่ค่าใช้จ่ายต่อคนโดยรวมของนักท่องเที่ยวต่างชาติยังต่ำกว่าปี 2562 อยู่ราว 2.5% 

ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยแม้จำนวนจะกลับมาสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 แล้ว แต่การใช้จ่ายต่อคนยังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิด-19 กว่า 27% โดยปี 2566 นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 46,713 บาท ยังต่ำกว่าปี 2562 อยู่เล็กน้อย เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหลักในปี 2566 ยังเป็นกลุ่มอาเซียนที่มีการใช้จ่ายค่อนข้างต่ำ ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนในปี 2566 อยู่ที่ 3,448 บาท ซึ่งต่ำกว่าปี 2562 ที่อยู่ในระดับ 4,724 บาท 

ทิศทางการท่องเที่ยวไทย ในช่วง 1-2 ปีนี้?

Krungthai COMPASS ประเมินว่า ในปี 2567 ภาคการท่องเที่ยวไทยยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 34 ล้านคน หรือฟื้นตัวราว 85% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 (ปี 2562) โดยนักท่องเที่ยวหลัก เช่น กลุ่มอาเซียน อินเดีย รัสเซีย รวมถึงกลุ่มยุโรป จะฟื้นตัวได้ในระดับใกล้เคียงช่วงก่อนเกิดโควิด

ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักจะยังฟื้นตัวได้ราว 63% เมื่อเทียบปี 2562 จากภาวะเศรษฐกิจในประเทศจีนที่คาดว่ายังเติบโตได้ค่อนข้างช้า และยังถูกซ้ำเติมจากวิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีน ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อ และการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีน ส่งผลให้ภาพรวมมูลค่าตลาดการท่องเที่ยวทั้งปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.52 ล้านล้านบาท หรือฟื้นตัวราว 84% เมื่อเทียบกับปี 2562

กลุ่มกรุ๊ปทัวร์ มีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง 

ขณะที่ในปี 2568 คาดว่าภาคการท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงระดับปกติ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะอยู่ที่ 38.5 ล้านคน ทั้งนี้ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมจะขยายตัวขึ้นมาแตะที่ระดับ 3.2 ล้านคนต่อเดือน รวมถึงนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะกลุ่มกรุ๊ปทัวร์จะมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในปี 2568 จะฟื้นตัวได้ราว 87% เมื่อเทียบกับปี 2562

ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ไม่รวมจีน) จะกลับมาเท่าระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว ทางด้านจำนวนนักท่องเที่ยวไทยจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องราว 2-3%YoY จากสถานการณ์โดยรวมที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้มูลค่าตลาดการท่องเที่ยวในปี 2568 จะมีมูลค่าราว 2.92 ล้านล้านบาท หรือฟื้นตัวได้ราว 98% เมื่อเทียบกับปี 2562

แล้วจังหวัดไหนจะได้ประโยชน์ ในระยะข้างหน้า?

Krungthai COMPASS ประเมินว่า จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยมในภาคใต้ เช่น ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ จะมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2567-2568 อย่างไรก็ตาม ในปี 2567-2568 คาดว่าบริษัทนำเที่ยวในจีนจะกลับมาทำตลาดในประเทศไทยมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายวีซ่า-ฟรี ที่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2567 รวมถึงเส้นทางการบินระหว่างไทย-จีน ที่จะทยอยเปิดใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566-2567 ส่งผลให้จังหวัดท่องเที่ยวในภาคใต้ที่เคยได้รับความนิยมจากกลุ่มกรุ๊ปทัวร์จีนจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

4 ปัจจัยหนุนหลัก ที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ได้แก่

  1. ความต้องการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง
  2. การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่มีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
  3. อุตสาหกรรมการบินมีแนวโน้มฟื้นตัวเพียงพอที่จะรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเติบโตขึ้นในปี 2567-2568 โดย Krungthai COMPASS ประเมินว่าจำนวนเที่ยวบินโดยรวมในปี 2567-2568 จะฟื้นตัวได้ราว 90-101% เมื่อเทียบกับปี 2562
  4. มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยหนุนให้ภาคการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น อาทิ มาตรการยกเว้นวีซ่า (Visa Free) สำหรับชาวจีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน เพื่ออำนวยความสะดวก และกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาไทยมากขึ้น รวมทั้งมาตรการขยายระยะเวลายกเว้นการตรวจลงตราให้นักท่องเที่ยวรัสเซียสามารถพำนักในไทยได้สูงสุดจากเดิม 30 วัน เป็น 90 วัน อีกทั้งยังมีมาตรการขยายเวลาให้บริการของสถานประกอบการได้ถึงตี 4 ในเขตพื้นที่นำร่อง

3 ข้อเสนอแนะสำหรับนโยบายของภาคการท่องเที่ยวไทย

โดย Krungthai COMPASS มองว่า 3 แนวคิดหลัก ที่ช่วยให้ไทยก้าวข้ามความท้าทาย และช่วยขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวไทย ได้แก่

  1. กระตุ้นให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพื่ออุดช่องว่างช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว โดยในช่วง Low season
  2. ควรมีการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวที่มีความแตกต่างจากในช่วงเวลาปกติจูงใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาเที่ยวไทยซ้ำ
  3. ยกระดับความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภาพลักษณ์เรื่องความปลอดภัยของประเทศไทย ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญของการท่องเที่ยวไทย

Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์