Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR
InvestmentPersonal FinanceEconomicsBusiness & MarketingTech & InnovationSustainabilityExperts PoolVideosPR News
วิธียืนยันตัวตน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อขึ้นข้อความ "ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ"

Economics

Thailand Econ

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

วิธียืนยันตัวตน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อขึ้นข้อความ "ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ"

Date Time: 3 มี.ค. 2566 06:00 น.

Video

AI ฉลาดขึ้น เปลี่ยนโลกการเงินการลงทุนอย่างไร? | Digital Frontiers

Summary

  • วิธีตรวจสอบสถานะ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ฉบับละเอียด เช็กชัดๆ ขึ้นข้อความ "ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ" กับ "ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ" ต้องทำยังไงต่อ

Latest


วิธีตรวจสอบสถานะ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ฉบับละเอียด เช็กชัดๆ ขึ้นข้อความ "ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ" กับ "ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ" ต้องทำยังไงต่อ 

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2565 เปิดให้ผู้ลงทะเบียนที่มี "สถานะการลงทะเบียนสมบูรณ์" เข้าตรวจสอบคุณสมบัติผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2565 แล้วในวันที่ 1 มี.ค. 2566 โดยผู้ลงทะเบียนที่มี "สถานะการลงทะเบียนสมบูรณ์" สามารถตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติได้ 3 ช่องทาง ดังนี้

  • ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ สาขาของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) สำนักงานคลังจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ สังกัดกรมบัญชีกลาง ที่ว่าการอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ภายใต้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขต และศาลาว่าการเมืองพัทยา เมืองพัทยา ตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงานสำหรับการตรวจสอบผลการพิจารณาคุณสมบัติในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานรับลงทะเบียนแต่ละแห่ง
  • โทรศัพท์สอบถามได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ Call Center โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันจันทร์-วันศุกร์ ตามเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน

หากขึ้นข้อความ "ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ"

  • ผู้ลงทะเบียนที่ "ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ" ต้องยืนยันตัวตน ณ ธนาคารกรุงไทยฯ ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. โดยสามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2566 เป็นต้นไป โดยจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนด้วย ณ ธนาคารดังกล่าวตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร
  • เมื่อยืนยันตัวตนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะสามารถตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนของตนเองผ่านทางเว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในวันถัดไป หรือติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่หน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน หรือโทรศัพท์สอบถามได้ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ทางด้าน ธ.ก.ส. และ ธนาคารออมสิน จะให้บริการยืนยันตัวตนเป็นเวลา 180 วัน นับจากวันที่ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติ (วันที่ 1 มี.ค. - 27 ส.ค. 2566) และธนาคารกรุงไทยฯ จะให้บริการยืนยันตัวตน โดยยังไม่มีกำหนดวันสิ้นสุดการให้บริการ สำหรับการยืนยันตัวตนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละธนาคาร
  • ผู้ลงทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ต้องดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชนเพื่อรับสิทธิสวัสดิการ โดยสามารถผูกบัญชีพร้อมเพย์กับธนาคารใดก็ได้ ทั้งนี้ การผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้ล่วงหน้า จะทำให้ผู้ได้รับสิทธิสะดวกในการรับสิทธิสวัสดิการหากกรณีที่ภาครัฐมีสวัสดิการที่จะโอนเข้าบัญชีในอนาคต
  • หากพบว่าสถานะการยืนยันตัวตนสมบูรณ์ ผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติจึงจะสามารถใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2566 ในกรณีที่ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติที่ยืนยันตัวตนสำเร็จตั้งแต่วันที่ 1-26 มี.ค. 2566 และในกรณีผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติที่ยืนยันตัวตนหลังวันที่ 26 มี.ค. 2566 จะได้ใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

เอกสารสำหรับการยืนยันตัวตนรับสิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"

ผู้ลงทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ต้องเดินทางไปยืนยันตัวตนผ่านหน่วยงานที่กำหนด ดังนี้

  • ธนาคารกรุงไทย (ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป)
  • ธนาคารออมสิน / ธ.ก.ส. (วันที่ 1 มีนาคม - 27 สิงหาคม 2566)

1. กรณีเดินทางมาด้วยตนเอง

  • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)
  • ใบสำคัญการหย่า หรือ ใบมรณะบัตร หรือ หนังสือรับรองการตาย หรือทะเบียนบ้านที่มีการจำหน่ายการตาย (เฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์แบบมีเงื่อนไข)

2. กรณีมอบอำนาจ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือ ผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถเดินทางมายืนยันตัวตนเองได้ สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนแทนได้ โดยใช้เอกสาร ดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)
  • หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์โครงการฯ)
  • ใบสำคัญการหย่า หรือ ใบมรณะบัตร หรือ หนังสือรับรองการตาย หรือทะเบียนบ้านที่มีการจำหน่ายการตาย (เฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์แบบมีเงื่อนไข)
  • บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ได้รับมอบอำนาจ)
  • สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือ ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

ตารางช่วงเวลายืนยันตัวตน และการได้รับสิทธิ

  • ช่วงเวลายืนยันตัวตน 1 มี.ค. - 26 มี.ค. 2566 : วันเริ่มใช้สิทธิ 1 เม.ย. 2566 การได้รับสิทธิ ได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2566 เป็นต้นไป
  • ช่วงเวลายืนยันตัวตน 27 มี.ค. - 26 เม.ย. 2566 : วันเริ่มใช้สิทธิ 1 พ.ค. 2566 จะได้รับสิทธิย้อนหลังไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ (สิทธิย้อนหลังจะให้เฉพาะวงเงินการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
    จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (ร้านธงฟ้าฯ) เท่านั้น)
  • ช่วงเวลายืนยันตัวตน 27 เม.ย. - 26 พ.ค. 2566 : วันเริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย. 2566 จะได้รับสิทธิย้อนหลังไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ (สิทธิย้อนหลังจะให้เฉพาะวงเงินการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
    จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (ร้านธงฟ้าฯ) เท่านั้น)
  • ช่วงเวลายืนยันตัวตน 27 พ.ค. - 26 มิ.ย. 2566 : วันเริ่มใช้สิทธิ 1 ก.ค. 2566 จะได้รับสิทธิย้อนหลังไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ (สิทธิย้อนหลังจะให้เฉพาะวงเงินการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
    จากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (ร้านธงฟ้าฯ) เท่านั้น)
  • ช่วงเวลายืนยันตัวตน 27 มิ.ย. 2566 เป็นต้นไป : วันเริ่มใช้สิทธิ 1 ส.ค. 2566 จะไม่ได้รับสิทธิย้อนหลัง โดยจะได้รับสิทธิเฉพาะเดือนที่กระทรวงการคลังดำเนินการตั้งวงเงินให้

ทั้งนี้ หากขึ้นข้อความ "ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ" ผู้ลงทะเบียนสามารถยื่นขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. - 1 พ.ค. 2566 ผ่าน 2 ช่องทาง ดังนี้

  • ขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติด้วยตนเองผ่านทาง เว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น. ของทุกวัน
  • ขออุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 7 หน่วยงาน ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. สำนักงานคลังจังหวัดทุกจังหวัด ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร และศาลาว่าการเมืองพัทยา ตามวันและเวลาทำการของแต่ละหน่วยงาน โดยให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานรับลงทะเบียนเป็นผู้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติ โดยผู้ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนกับเจ้าหน้าที่หน่วยงานรับลงทะเบียนก่อนดำเนินการยื่นอุทธรณ์.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการไทยรัฐออนไลน์