
หนึ่งในการเริ่มต้นจากธุรกิจครอบครัวที่มีประวัติการทำธุรกิจมายาวนานบริษัทหนึ่ง ซึ่งผลิตผลของบริษัทแน่นอนว่าคนไทยทั่วประเทศน่าจะมีประสบการณ์ได้ใช้สวมใส่กันมาแล้วโดยเฉพาะวัยนักเรียน
“โกลด์ซิตี้” (GOLDCITY) แบรนด์รองเท้าของคนไทยได้ผ่านพ้นธุรกิจและจำหน่ายรองเท้ามาถึง 70 ปี เติบโตและก้าวเดินบนธุรกิจรองเท้า จากช่างรองเท้าผลิตรองเท้ายางแจกจ่ายให้กับชนกลุ่มน้อยบนยอดดอยที่ไม่มีแม้แต่รองเท้าสวมใส่ และเป็นจุดเริ่มต้นจุดเล็กๆ ที่ต้องการผลิตรองเท้าคุณภาพดี ทนทาน สวมใส่สบาย และราคาประหยัด
กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผลิตรองเท้าที่ถูกยอมรับไปทั่วโลก บริษัทชั้นนำได้ว่าจ้างให้ผลิตในรูปแบบ OEM ซึ่งรับจ้างผลิตในแบรนด์ของผู้ว่าจ้างที่กำหนดมาตรฐานเอาไว้ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยมาตรฐานระดับโลก อาทิ ISO 9001 และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
มาถึงวันนี้ ได้เข้าสู่ยุคทายาทรุ่นที่ 3 ภายใต้การบริหารของ “สุเมธ จิราพันธ์” กรรมการบริหาร บริษัท โกลด์ซิตี้ ฟุตเทค จำกัด ได้รีแบรนด์และปรับการบริหารจัดการใหม่รวมทั้งกลยุทธ์การทำธุรกิจ ใหม่ ซึ่งพร้อมที่จะบุกตลาดรองเท้าเต็มรูปแบบอีกครั้ง
สุเมธ กล่าวว่า เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์โกลด์ซิตี้ ผู้คนทั่วไปจะนึกถึงแบรนด์รองเท้านักเรียน แต่ในความเป็นจริง โกลด์ซิตี้เป็นผู้ผลิตรองเท้ารูปแบบต่างๆมากมาย กับแผนกวิจัยและพัฒนาเพื่อศึกษาและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการออกแบบ การผลิต เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย แต่ละปีจะผลิตรองเท้ากว่า 5 ล้านคู่เพื่อส่งออกไปทั่วโลก
ในช่วงที่ผ่านมาได้มุ่งมั่นการทำธุรกิจ OEM แต่ยอมรับว่าได้ชะลอการทำตลาดในประเทศไทยมาหลายปี จึงถือโอกาสครบรอบ 70 ปีของบริษัทกับการทำการตลาดทุกรูปแบบเพื่อตอกย้ำแบรนด์รองเท้าของคนไทย ที่ผลิตโดยคนไทย เพื่อคนไทย โดยปีที่ผ่านมาได้รวม 3 บริษัท ด้านการผลิต การขาย และการตลาด มาเป็นหนึ่งเดียว เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รองรับการแข่งขันที่รุนแรงต่อเนื่องในตลาดรองเท้าเมืองไทย
พร้อมปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวอักษรภาษาอังกฤษ ภายใต้ชื่อ “GOLDCITY” เป็นตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด เพื่อให้ทันสมัย ปรับโทนสีให้เหมาะสมกับเทรนด์โลก และปรับการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ และสร้างการรับรู้ ถึงการเป็นแบรนด์รองเท้าแฟชั่น รองเท้ากีฬา และรองเท้าอื่นๆ ไม่ใช่ผลิตเพียงแค่รองเท้านักเรียน
ปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย นอกเหนือจาก GOLDCITY แบรนด์รองเท้าที่สามารถตอบสนองได้ทุกไลฟ์สไตล์ G-PLUS แบรนด์รองเท้าสำหรับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง และ FAST แบรนด์รองเท้าสำหรับผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อระดับปานกลาง กับไลน์สินค้า 10 หมวด เช่น รองเท้านักเรียน, รองเท้าแฟชั่น, รองเท้าฟุตบอล, รองเท้าฟุตซอล, รองเท้าวิ่ง, รองเท้าเพื่อสุขภาพ, รองเท้าแตะ, รองเท้าคัชชู และแอคเซสเซอรีต่างๆ อาทิ ถุงเท้าและเสื้อ
พร้อมกับการทุ่มงบการตลาดกว่า 60 ล้านบาท สูงสุดตั้งแต่เปิดดำเนินงานมา เพื่อเน้นการสื่อสารสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้แบรนด์ ถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรองเท้าระดับแนวหน้าของประเทศ ผ่าน 2 กลยุทธ์หลักคือสปอร์ต มาร์เกตติ้ง และเอนเตอร์เทนเมนต์ มาร์-เกตติ้ง และการสร้างแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดีย การขยายช่องทางจำหน่ายให้หลากหลาย
พร้อมกับกิจกรรมที่หลากหลายในโอกาสครบรอบ 70 ปีของบริษัท ที่ขยายธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าที่มีมาตรฐานระดับโลก.
วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th