Thairath OnlineThairath PlusThairath SportThairath TVMIRROR
InvestmentPersonal FinanceEconomicsBusiness & MarketingTech & InnovationSustainabilityExperts PoolVideosPR News
ตรวจความผิดพลาดโฮปเวลล์ ตลอด 30 ปี มีใครเกี่ยวข้องบ้าง

Economics

Thailand Econ

กองบรรณาธิการ

Author

กองบรรณาธิการ

Tag

ตรวจความผิดพลาดโฮปเวลล์ ตลอด 30 ปี มีใครเกี่ยวข้องบ้าง

Date Time: 1 พ.ค. 2562 08:50 น.

Summary

  • “อาคม” แจง ครม.กรณีแพ้คดีโฮปเวลล์ สาธยายแนวทางดำเนินการ สรุปวงเงินชดเชยต้องชัด แล้วต่อรองโฮปเวลล์ เผยยังบอกไม่ได้ว่าจะเอาเงินจากไหนไปจ่าย เพราะมีหลายทางเลือก แต่ไม่ใช่ไม่มีเงิน

Latest

“บัตรเครดิต” ตัวการหนี้ท่วม ใช้จ่ายอย่างไร? ห่างไกลปัญหาทางการเงิน



“อาคม” แจง ครม.กรณีแพ้คดีโฮปเวลล์ สาธยายแนวทางดำเนินการ สรุปวงเงินชดเชยต้องชัด แล้วต่อรองโฮปเวลล์ เผยยังบอกไม่ได้ว่าจะเอาเงินจากไหนไปจ่าย เพราะมีหลายทางเลือก แต่ไม่ใช่ไม่มีเงิน ตั้งทีมชำแหละโครงการมีข้อผิดพลาดตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครเกี่ยวข้องบ้าง จนเกิดผลกระทบวันนี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย. กระทรวงคมนาคมได้รายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือ รฟท.ชำระเงินชดเชยจากการบอกเลิกสัญญา แก่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นเงิน 11,888.75 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้นราว 25,000 ล้านบาท โดยจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับตั้งแต่คดีสิ้นสุด โดยกรณีโฮปเวลล์เป็นเรื่องที่ผ่านมาประมาณ 30 ปี 9 รัฐบาล เริ่มโครงการในปี 2532 มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นทางยกระดับและรถไฟคร่อมถนนวิภาวดีรังสิต

ส่วนการบอกเลิกสัญญาในปี 2540 เพราะเกิดความล่าช้าในการก่อสร้าง เนื่องจากมีการกำหนดเวลาก่อสร้าง 8 ปี หลังลงนามในสัญญา มีระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี โดยมูลค่าโครงการลงทุนตามข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาอยู่ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท กำหนดแบ่งผลประโยชน์ให้ภาครัฐ ประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทก็ทยอยจ่ายค่าสัมปทานตั้งแต่ปีแรก โดยส่งทั้งหมด 7 งวด รฟท.ก็รับมาในฐานะที่เป็นคู่สัญญา

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างที่กำหนดไว้ 8 ปี แต่หลังจากผ่านไปประมาณ 5-6 ปี ไม่คืบตามแผน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะโครงการที่ใช้รูปแบบ Design and Build คือออกแบบและก่อสร้างไป ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้า จึงคืบหน้าไม่ถึง 10% ในขณะที่เหลือเวลาไม่ถึง 2 ปี

“ตอนนั้นภาครัฐก็ปรับเงื่อนไขเวลาให้ตลอดเวลา และประกอบกับปี 2540 ก็ใกล้กับที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ด้วย ซึ่งจำเป็นต้องมีทางยกระดับไปที่รังสิต ซึ่งมีสนามแข่งขันอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ก็เป็นเหตุผลที่ว่า รฟท.และกระทรวงคมนาคม ได้เสนอต่อรัฐบาลขณะนั้นว่าสมควรบอกเลิกสัญญา และบอกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2540 และโฮปเวลล์ ก็ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการเรียกร้องค่าเสียหายในปี 2547”

สำหรับการเรียกร้องของโฮปเวลล์ในขณะนั้นมีหลายส่วนด้วยกัน โดยอนุญาโตตุลาการได้ชี้ขาดว่าการบอกเลิกสัญญาให้กระทรวงคมนาคมและ รฟท. ใช้คืนโฮปเวลล์ 4 ส่วน คือ 1.ค่าตอบแทน 2,850 ล้านบาท 2.ค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน 38 ล้านบาท 3.ให้คืนสัญญาค้ำประกัน วงเงิน 500 ล้านบาท 4.ให้ใช้เงินคืนเงินค่าก่อสร้าง ที่เห็นเป็นตอม่ออยู่ในปัจจุบันอีก 9,000 ล้านบาท บวกดอกเบี้ยอีก 7.5% จากนั้นต่อสู้กันอีก 2 ศาล จนศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดให้ต้องคืนเงินโฮปเวลล์

นายอาคม กล่าวอีกว่า ได้รายงาน ครม.ว่า จะดำเนินการใน 5 เรื่อง ได้แก่ 1.ให้คำนวณวงเงินตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดให้ชัดเจนและต้องถามไปยังศาลเพื่อขอให้ชี้แจงตัวเลข ตรวจสอบวงเงินอีกที 2.ให้เจรจากับโฮปเวลล์เพื่อลดผลกระทบต่อภาครัฐ 3.ให้กำหนดแนวทางและแหล่งเงินที่เหมาะสม ในการปฏิบัติตามคำพิพากษา 4.ให้แต่งตั้งคณะทำงานให้ครอบคลุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง โดยจะให้คณะทำงานชุดนี้ดูทั้งวงเงิน และดูทั้งเรื่องของแนวทางเจรจากับโฮปเวลล์ และแนวทางหาแหล่งเงิน ซึ่งตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะเอาเงินมาจากไหน ไม่ใช่ไม่มีเงิน แต่จะเอามาจากที่ไหนเท่านั้นเอง ซึ่งมีหลายทางเลือก

และ 5.ให้กระทรวงคมนาคมและ รฟท. ร่วมกันแต่งตั้งคณะกรรมการสอบความรับผิดและการละเมิด เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง โดยต้องไปไล่ดูว่าโครงการมีข้อผิดพลาดตั้งแต่เมื่อไหร่ และใครที่เกี่ยวข้องบ้าง ทั้งที่มีส่วนเริ่มโครงการและเรื่องการบอกเลิกสัญญา และเกิดผลกระทบจนถึงทุกวันนี้

“ต้องขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดำเนินการมา 30 ปีแล้ว ไม่ได้ดำเนินการในรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลชุดนี้มาแก้ปัญหาเท่านั้น โฮปเวลล์ไม่ได้ทำการศึกษาความเหมาะสมมาก่อน ซึ่งตามหลักโครงการต่างๆที่จะเสนอรัฐบาล จะต้องศึกษาความเหมาะสมก่อนเป็นอันดับแรก อันนี้จึงผิดแผกจากโครงการอื่นๆ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าขณะนั้นมีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาการจราจรและหวังว่าโครงการนี้จะช่วยการเดินทางไปสนามกีฬาแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้ อย่างไรก็ตามจากนั้นมา ครม.ก็ไม่ให้ก่อสร้างโครงการในลักษณะ Design and Build อีกเลย โดยให้ทำในลักษณะ Detail Design แทน เพราะจะได้รู้วงเงินและรู้การออกแบบก่อสร้างเลย จะได้หมดข้อถกเถียงในการก่อสร้าง”

ส่วนจะสามารถเจรจากับทางโฮปเวลล์ เพื่อขอลดหย่อนการจ่ายเงินชดเชยได้หรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของคณะทำงาน จะต้องไปพิจารณาว่ามีประเด็นไหนบ้างที่สามารถดำเนินการได้.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ