
นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และจะกลับมาสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็ยังต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่เมื่อเสร็จเรียบร้อย จึงจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยขั้นตอนทั้งหมดนี้ ต้องใช้เวลา คาดว่าทุกๆขั้นตอนจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้ จากเดิมภายในเดือน มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าไม่กระทบต่อความเชื่อมั่น
ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอให้ ป.ย.ป.พิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่ 1.สนับสนุนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานที่ไทยกำลังมุ่งพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และที่สำคัญคือพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานในประเทศไทยในพื้นที่อีอีซี ที่จะต้องลงทุนจากบริษัทชั้นนำด้านอากาศยานจากต่างประเทศ เช่น ในประเทศสิงคโปร์ ที่มีเงื่อนไขที่ทำให้บริษัทที่เข้าไปมาลงทุนมั่นใจในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เหมาะสม จึงได้เสนอ ป.ย.ป.พิจารณาเป็นพิเศษ โดยกรณีที่ประเทศไทยอาจพิจารณาให้ต่างชาติถือหุ้นได้มากกว่า 50% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยาน ภายใต้เงื่อนไขที่ประเทศไทยดูเทคโนโลยีการผลิตที่มีนวัตกรรมจริง 2. กระบวนการดำเนินงานอีอีซี เฉพาะในส่วนประกาศเขตส่งเสริมฯพิเศษในอีอีซี ได้แก่ จัดทำรายงานผลประทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ให้รวดเร็ว แต่ไม่ได้เป็นการลดขั้นตอน 3.เร่งรัดกระบวนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ในพื้นที่เฉพาะของอีอีซีให้รวดเร็ว.