
บริษัททัวร์ระส่ำหนัก คนไทยแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวลักลอบ เข้าไปทำงานในเกาหลีใต้ เพราะไม่มีวีซ่าและอยู่ได้นาน 90 วัน ชี้ภาคเอกชนควบคุมได้ลำบากเพียงฝ่ายเดียว เรียกร้องให้รัฐบาล 2 ประเทศร่วมมือกันแก้ไขที่ต้นทาง แจงเป็นเพราะเศรษฐกิจในประเทศไม่ฟื้นตัว แรงงานไทยจึงแห่ไปทำงานต่างประเทศ
นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวของชาวไทยที่จะเดินทางไปเกาหลีใต้ ที่ต้องผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองที่เคร่งครัดมากขึ้น ตนเข้าใจถึงความจำเป็นของเกาหลีใต้ที่ต้องคัดกรองคนขาเข้า หลังจากที่ผ่านมามีกระบวนการของคนไทยกลุ่มหนึ่งลักลอบ เข้าไปทำงานโดยผิดกฎหมาย ประกอบกับระยะเวลาพำนักที่ยาวนานถึง 90 วัน หรือ 3 เดือน ทำให้คนไทยส่วนหนึ่งอาศัยการยกเว้นวีซ่าไปทำงานชั่วคราว และหลายกลุ่มอยู่เกินกำหนด โดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย หากรัฐบาลของทั้งสองประเทศมีการทบทวนในหลักเกณฑ์การตรวจคนเข้าเมือง เช่น จัดให้มีการทำวีซ่าตั้งแต่ต้นทาง ก่อนเดินทางไปถึง เพื่อให้เกิดการคัดกรองเบื้องต้นระดับหนึ่งก่อน ก็จะเป็นผลดีกว่าการไปแก้ปัญหาที่ปลายทาง
“ที่ผ่านมาธุรกิจนำเที่ยวมีผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ในแง่ความน่าเชื่อถือ เนื่องจากกระบวนการค้าแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย มักจะแฝงมากับการซื้อทัวร์เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป และหลบหนีไปในภายหลัง เมื่อเกิดการหลบหนีของลูกทัวร์บ่อยๆครั้ง ก็ส่งผลต่อประวัติและความน่าเชื่อถือของบริษัทนำเที่ยว สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือต้องคัดกรองลูกค้าที่มาซื้อทัวร์ให้มากขึ้น และยอมรับว่าการควบคุมดูแลบริษัททัวร์ ไม่ให้ไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดฉากบังหน้าเพื่อนำแรงงานไทยไปทำงานผิดกฎหมาย ภาคเอกชนทำได้ยากโดยลำพัง เนื่องจากบริษัททัวร์ที่มีเจตนาดังกล่าว มักไม่ใช่กิจการที่จดทะเบียนถูกกฎหมาย”
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มข้นขึ้น เป็นสิทธิของเกาหลีใต้ เนื่องจากยอดคนไทยที่พำนักเกินกำหนดสูงกว่า 100,000 คน แต่การเสนอให้ทำวีซ่า อาจจะกระทบต่อนักท่องเที่ยวในภาพรวม ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวจริง ทำให้มีกระบวนการและค่าใช้จ่ายตามมา รัฐบาลทั้งสองฝ่ายควรมีการแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และจัดการไม่ง่าย
ทั้งนี้ การหลบหนีของคนไทยเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นกับเกาหลีใต้เท่านั้น ในญี่ปุ่นที่ยกเว้นวีซ่าให้คนไทยก็มีแล้วเช่นกัน แต่ที่ผ่านมายอดคนไทยที่พำนักเกินกำหนดยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่กรณีของไต้หวัน ที่ยกเว้นวีซ่าให้ไทย ไม่น่าห่วงเนื่องจากมีการใช้ระบบนำแรงงานเข้าไปอย่างถูกต้อง
“การตรวจเข้มของเกาหลีใต้ เกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะสถิติคนไทยที่หลบหนีไปทำงานสูงมากขึ้น สาเหตุหลักอยากให้มองมาที่ต้นตอคือ เศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ค่อยดี ทำให้คนต้องการแสวงหาหนทางไปค้าแรงงานต่างประเทศ สังเกตได้จากอดีตชาวไต้หวันเคลื่อนย้ายไปทำงานที่ญี่ปุ่นสูงมาก แต่ปัจจุบันแทบไม่มีแล้ว เพราะเศรษฐกิจภายในประเทศดีขึ้น หรือแรงงานจากกัมพูชา ลาว พม่า ที่เข้ามาในไทยเนื่องจากเศรษฐกิจไทยดีกว่า แต่หากอนาคตเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านพัฒนา แรงงานก็จะเคลื่อนย้ายกลับไปประเทศของตัวเอง”
นายกฤชณัฐ มีสำราญ อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า ความกังวลของนักท่องเที่ยวขณะนี้อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทาง แต่ยังไม่มาก จากการตรวจสอบยอดจองทัวร์ยังมีเข้ามาต่อเนื่อง เพราะเส้นทางเกาหลีใต้ได้รับความร่วมมือจากสายการบิน จัดโปรโมชั่นตลอดเวลา หากพบว่าความต้องการลูกค้ามีแนวโน้มลดลง.