
นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่มีข้อสังเกตเรื่องการประกาศใช้ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ว่าจะกระทบต่อความมั่นคงในระบบยาของประเทศ เนื่องจากตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเดิม องค์การเภสัชกรรมได้รับการคุ้มครอง โดยให้ส่วนราชการจัดซื้อยาจากองค์การเภสัชกรรมไม่น้อยกว่า 60% และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขไม่น้อยกว่า 80% รวมถึงให้จัดซื้อยาจากองค์การเภสัชกรรมเป็นอันดับแรกหากราคาใกล้เคียงกัน แต่ใน พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ไม่มีเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบยาทั้งประเทศ จะทำให้ราคายาในประเทศไทยสูงขึ้น รวมทั้งผู้ป่วยจะขาดแคลนยาจำเป็นที่มีผู้ผลิตน้อยราย เพราะที่ผ่านมาองค์การเภสัชกรรมเป็นกลไกที่ช่วยตรึงราคายาในประเทศไว้ ประกอบกับมีความกังวลเรื่องการเปิดโอกาสให้บริษัทยาข้ามชาติมีการวิ่งเต้นเรื่องยา และหากองค์การเภสัชกรรมซึ่งเป็นกลไกความมั่นคงทางยาล้ม จะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพล้มตามไปด้วยนั้น
ทั้งนี้ ในประเด็นดังกล่าว ได้มีการประชุมหารือร่วมกันระหว่างกรมบัญชีกลาง องค์การเภสัชกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีมติให้กระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ และแนวทางที่ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน หลังจากได้ข้อสรุปแล้ว กรมบัญชีกลางจะนำเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พิจารณาข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดกรอบแนวทางที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมต่อการจัดซื้อยาในอนาคตต่อไป.