
เอไอเอสใช้เทคโนโลยี Sub-1 GHz Massive MIMO ผสานคลื่น 700 MHz และ 900 MHz เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งสัญญาณให้ไกลและครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลมากขึ้น
นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน)หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า จากการพัฒนาโครงข่าย 5G Sea Coverage ตั้งแต่ปี 2566 ที่มุ่งขยายสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล ทั้งชายฝั่ง หมู่เกาะ และเส้นทางเดินเรือสำคัญทั่วประเทศ ด้วยการนำเทคโนโลยี Sub-1 GHz Massive MIMO มาใช้งานเป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งสัญญาณข้ามทะเลให้ครอบคลุมระยะทางได้ไกลยิ่งขึ้น “จากผลการทดสอบเส้นทางเรือเดินทะเล (Ferry line) ปากน้ำชุมพรไปยังเกาะเต่า พบว่าสามารถขยายสัญญาณ 5G ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลได้ 60 กิโลเมตร จากเดิม 38 กิโลเมตร ตอบโจทย์การเชื่อมต่อของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชนในพื้นที่ ตอกย้ำความพร้อมของโครงข่ายเอไอเอสในการรองรับฤดูท่องเที่ยวปลายปี”
สำหรับเทคโนโลยี Sub-1 GHz Massive MIMO เป็นการผสานศักยภาพของคลื่นความถี่ย่านต่ำกว่า 1 GHz ซึ่งมีคุณสมบัติในการส่งสัญญาณได้ไกลและครอบคลุมพื้นที่กว้าง ด้วยคลื่น 700 MHz และ 900 MHz เข้ากับเทคโนโลยี Massive MIMO ที่ใช้ระบบเสาอากาศหลายชุดในการรับส่งสัญญาณร่วมกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสัญญาณและรองรับการใช้งานของอุปกรณ์จำนวนมากได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ทางทะเลที่มีข้อจำกัดในการติดตั้งสถานีฐานและมีระยะทางห่างจากชายฝั่ง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวจึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายในการเชื่อมต่อจากชายฝั่งข้ามผืนน้ำไปยังหมู่เกาะและเส้นทางเดินเรือ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งการติดต่อสื่อสาร การใช้อินเทอร์เน็ต การค้นหาข้อมูลและแผนที่นำทาง ตลอดจนการอัปโหลดภาพและวิดีโอเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ระหว่างเดินทาง
นายโชติวัฒน์ อุ่นพิกุล หัวหน้างานปฏิบัติการภูมิภาค – ภาคใต้ เอไอเอส กล่าวว่า ภาคใต้ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและหมู่เกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งมีความท้าทายในการพัฒนาโครงข่ายแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป ทั้งลักษณะภูมิประเทศ ระยะทางระหว่างชายฝั่งกับเกาะ และเส้นทางเดินเรือที่มีการใช้งานกระจายตัวในหลายพื้นที่ การวางโครงข่ายจึงต้องมองให้ไกลกว่าการติดตั้งสถานีฐานบนเกาะ แต่ต้องออกแบบให้สัญญาณสามารถเชื่อมโยงพื้นที่ระหว่างทางได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย การนำเทคโนโลยี Sub-1 GHz Massive MIMO มาทดสอบในพื้นที่เกาะเต่าครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายในภาคใต้ ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และชุมชนในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นแนวทางสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาโครงข่ายทางทะเลของเอไอเอสในระยะต่อไป