
TED Fund เตรียมปรับบทบาทในปี 2570 มุ่งเน้นการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงเงินทุนจากภาคเอกชนผ่านกลไก Matching Fund แทนการให้เงินสนับสนุนเพียงอย่างเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ เท็ดฟันด์ (TED Fund) เตรียมปรับบทบาทครั้งสำคัญในปี 2570 จากการเป็นแหล่งสนับสนุนเงินทุน (Funding) สู่การเป็นตัวกลางเชื่อมโยงเงินทุน นักลงทุน และตลาด (Matching) เปิดทางให้ผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนภาคเอกชนมากขึ้น ผ่านกลไก Matching Fund หวังลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการนำไปใช้เชิงพาณิชย์ พร้อมเร่งผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพให้พ้นระยะเริ่มต้นและขยายกิจการได้จริง โดยมุ่งเป้า 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อาหารและเกษตรเทคโนโลยี สุขภาพและสุขภาวะ รวมถึงดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์
ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และประธานกรรมการบริหาร TED Fund กล่าวในงาน TED Fund Fast Forward 2027 ว่า โจทย์สำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ได้อยู่เพียงการสร้างองค์ความรู้หรืองานวิจัย แต่ต้องสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และธุรกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้
ทิศทางปี 2570 TED Fund จึงเตรียมพัฒนากลไก Matching Fund เชื่อมผู้ประกอบการกับนักลงทุนและเครือข่ายสนับสนุนธุรกิจ เพื่อให้เงินทุนภาครัฐทำหน้าที่เป็นตัวเร่งดึงเม็ดเงินลงทุนและความเชี่ยวชาญจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจ ไม่ใช่เพียงการให้เงินสนับสนุนแล้วจบกระบวนการ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับความสำคัญเป็นพิเศษ ประกอบด้วย Food & Agri-Tech นำเทคโนโลยียกระดับเกษตร อาหาร และอาหารแห่งอนาคต Health & Wellness ต่อยอดนวัตกรรมด้านสุขภาพ การแพทย์ และสุขภาวะ และ Digital & Electronics สนับสนุนเทคโนโลยีดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า เป้าหมายในปี 2570 ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพ แต่ต้องทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำงานวิจัยออกสู่ตลาด เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้เป็นธุรกิจ และสร้างการเติบโตได้จริง โดยภาครัฐจะทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุน ภาคเอกชน และตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ ดึงดูดเงินลงทุน และต่อยอดนวัตกรรมให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ
การขยับบทบาทของ TED Fund จึงเป็นอีกแนวทางในการเปลี่ยนการสนับสนุนงานวิจัยจากต้นทาง ไปสู่การสร้างธุรกิจปลายทาง โดยความสำเร็จจะอยู่ที่การดึงเงินทุนเอกชนเข้ามาร่วมรับความเสี่ยง เปิดตลาดให้เทคโนโลยีไทย และทำให้ผลงานวิจัยไม่หยุดอยู่เพียงในห้องทดลอง แต่สามารถแข่งขันและสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจได้