“วิทัย” ลั่น 1 ปีพลิกบทบาทแบงก์ชาติ ออก 18 มาตรการอุ้มเศรษฐกิจ-จ่อเพิ่มอีก 5 หมัดเด็ดสิ้นปี

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“วิทัย” ลั่น 1 ปีพลิกบทบาทแบงก์ชาติ ออก 18 มาตรการอุ้มเศรษฐกิจ-จ่อเพิ่มอีก 5 หมัดเด็ดสิ้นปี

Date Time: 30 ต.ค. 2569 06:00 น.

Video

ทำไม TSMC ถึงดูเหมือน "ธุรกิจที่ไม่มีขาลง" | Digital Frontiers EP.78

“Summary“

ธปท. มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจผ่าน 4 ด้านหลัก คือ หนี้ครัวเรือน สินเชื่อเอสเอ็มอี ความเป็นธรรมทางการเงิน และการสกัดกั้นเงินผิดกฎหมาย

  • โครงการแก้หนี้ครัวเรือนช่วยปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว 182,000 บัญชี และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 200,000 บัญชีภายในสิ้นปี 2569
  • กลไก SMEs Credit Boost อนุมัติสินเชื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ตามเป้า 80,000 ล้านบาทในปีนี้ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 100,000 ล้านบาทในปีหน้า
  • มาตรการสกัดเงินผิดกฎหมายส่งผลให้การถอนทองคำลดลง 85% และการถอนเงินสดจำนวนมากลดลง 57% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนใช้มาตรการ
  • เตรียมออก 5 มาตรการใหม่ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงการกำกับดูแลธุรกิจ Buy Now Pay Later และการพัฒนาเงินบาทดิจิทัล (THB Stablecoin)

Latest


นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน Governor Connect เนื่องในโอกาสดำรงตำแหน่งครบ 1 ปีว่า เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพต่อเนื่อง ไม่เพียงฉุดรายได้ประชาชน แต่ยังทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กขาดสภาพคล่อง รายรับไม่พอกับรายจ่าย และกำลังซื้อในระบบอ่อนแรง หากปล่อยให้ปัญหาสะสมต่อไป ย่อมกระทบความสามารถในการดำเนินธุรกิจและเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโดยรวม ธปท.จึงต้องขยับจากการดูแลเสถียรภาพราคา ระบบการเงิน และระบบชำระเงิน ไปสู่การแก้ปัญหาเฉพาะจุดควบคู่กัน โดยใช้เครื่องมือกำกับสถาบันการเงินเสริมจากนโยบายอัตราดอกเบี้ย

ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายแล้ว 2 ครั้ง โดยการลดครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในเดือน ก.พ. ก่อนสงครามปะทุ ช่วยให้มีพื้นที่ใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพื่อประคองเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ธปท.เพิ่มความเข้มข้นในการดูแลค่าเงินบาทและอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและการขยายตัวของประเทศ พร้อมประสานนโยบายการเงินและการคลังอย่างตรงไปตรงมา แม้มีความเห็นต่างก็สามารถหารือกันได้โดยไม่สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่น

สำหรับโจทย์ใหญ่ 4 ด้านที่ ธปท.เร่งแก้ไข ด้านแรกคือหนี้ครัวเรือน ซึ่งออกมาตรการแล้ว 4 รายการ โดยโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว 182,000 บัญชี และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 200,000 บัญชีภายในสิ้นปี 2569 พร้อมปรับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM ให้ทำหน้าที่เป็น Social AMC เพื่อช่วยปรับโครงสร้างหนี้โดยไม่มุ่งแสวงหากำไร นอกจากนี้ การกำหนดอัตราชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตไว้ที่ 8% ช่วยให้ลูกหนี้ราว 2 ล้านบัญชีมีเงินเหลือสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น ขณะที่โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ช่วยผ่อนภาระค่างวดและขยายเวลาซื้อทรัพย์คืน

ด้านที่สองคือการเติมสินเชื่อให้เอสเอ็มอีและรายย่อย หลังสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวติดต่อกันถึง 17 ไตรมาส ธปท.ใช้กลไก SMEs Credit Boost สนับสนุนการค้ำประกันสินเชื่อ โดยยอดอนุมัติปีนี้เป็นไปตามเป้าหมาย 80,000 ล้านบาท และตั้งเป้าขยับเป็น 100,000 ล้านบาทในปีหน้า

ส่วนมาตรการ SMEs Secure Plus เปิดทางให้ผู้ประกอบการใช้ที่ดินเป็นหลักประกันสินเชื่อ ช่วยเพิ่มวงเงินสินเชื่อได้ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเพิ่มช่องทางเข้าถึงเงินทุนยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา เพราะธุรกิจรายเล็กต้องเผชิญทั้งต้นทุนและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่

ด้านที่สามคือความเป็นธรรมทางการเงิน ธปท.ลดค่าธรรมเนียม 19 รายการ ช่วยประชาชนและเอสเอ็มอีประหยัดค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 8,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมเปิดให้ตรวจข้อมูลเครดิตบูโรฟรีปีละ 2 ครั้ง เพื่อลดต้นทุนในการเตรียมตัวขอสินเชื่อ ส่วนด้านที่สี่เป็นการสกัดเงินผิดกฎหมาย เงินเทา และการฟอกเงิน ผ่านมาตรการ 9 รายการ ครอบคลุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ การแลกธนบัตรเงินตราต่างประเทศ การยืนยันตัวตนเปิดบัญชี การตรวจสอบธุรกรรมเงินสด และการรายงานเส้นทางการเงินที่น่าสงสัย รวมถึงการกำกับบัญชีร้านค้าออนไลน์และธุรกรรมเงินดอลลาร์ดิจิทัล USDT ร่วมกับสำนักงาน ก.ล.ต.

มาตรการเหล่านี้เริ่มเห็นผลในบางจุด โดยการถอนทองคำลดลง 85% เมื่อเทียบกับก่อนใช้มาตรการ ขณะที่การถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปลดลง 57% สะท้อนว่าการเพิ่มเงื่อนไขตรวจสอบธุรกรรมช่วยสร้างอุปสรรคต่อการเคลื่อนย้ายเงินที่มีความเสี่ยงได้ แม้การแก้ปัญหาเงินผิดกฎหมายยังต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานและการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง

สำหรับมาตรการใหม่อีก 5 รายการที่เตรียมออกภายในสิ้นปี ประกอบด้วย การกำกับการซื้อขายทองคำด้วยเงินสดไม่เกิน 10 ล้านบาท การกำกับสินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือ Buy Now Pay Later ให้ผู้ประกอบการต้องขอใบอนุญาตจาก ธปท. โดยวางกรอบวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ระยะเวลาสินเชื่อไม่เกิน 6 เดือน และเพดานดอกเบี้ย 15% ต่อปี ควบคู่กับการลดค่าตรวจเครดิตบูโร การยกระดับกำกับธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และการออกเงินบาทดิจิทัล THB Stablecoin

ส่วนแผนงานปีหน้า ธปท.เตรียมเดินหน้าแก้หนี้ครัวเรือนเพิ่มเติมอีกราว 10 มาตรการ เพิ่มช่องทางสินเชื่อเอสเอ็มอีอีก 4 มาตรการ และปรับการกำกับธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือ นอนแบงก์ ซึ่งมีใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง 24 ประเภท ครอบคลุมผู้ประกอบการมากกว่า 3,000 ราย ทั้งด้านการปล่อยสินเชื่อและบริการชำระเงิน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้กติกาที่เหมาะสมและลดโอกาสที่ประชาชนจะถูกเอาเปรียบ

นายวิทัยย้ำว่า การประคับประคองเศรษฐกิจไม่ใช่การเข้าไปทำหน้าที่กระตุ้นเศรษฐกิจแทนรัฐบาล แต่เป็นการแก้จุดอ่อนที่สะสมจนฉุดรั้งการเติบโต ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นภารกิจหลักของ ธปท. โดยเป้าหมายไม่ได้เปลี่ยนไปจากวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง คือทำให้ระบบการเงินมั่นคงและเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อได้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ