TDRI กางข้อมูลช็อก AI กลืน“ตำแหน่งงาน”คนไทยเสี่ยงตกงาน 2.2 ล้านคน งานออฟฟิศ-รายได้ดี ถูกแย่งก่อน

Economics

Thai Economics

Tag

TDRI กางข้อมูลช็อก AI กลืน“ตำแหน่งงาน”คนไทยเสี่ยงตกงาน 2.2 ล้านคน งานออฟฟิศ-รายได้ดี ถูกแย่งก่อน

Date Time: 26 ต.ค. 2569 10:43 น.

Video

AI Agent กับ Tokenization ทำงานร่วมกันยังไง? | Digital Frontiers EP.79

“Summary“

TDRI เตือนคลื่น AI ซัดโครงสร้างแรงงานไทย เสี่ยงถูกแทนที่ 2.2 ล้านตำแหน่ง ดันสัดส่วนพุ่งอันดับ 3 อาเซียน สะเทือนถึงเด็กจบใหม่และมนุษย์ออฟฟิศรายได้ดี ขณะที่มิจฉาชีพสบช่องใช้เทคโนโลยีลวงเงิน

Latest


ในอนาคตข้างหน้า ภาพของ “คนรุ่นใหม่”เดินเตะฝุ่น หลังจากเรียนจบอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย  

โดยล่าสุด สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ส่งสัญญาณเตือนครั้งสำคัญผ่านเวทีสัมมนาประจำปี 2569 ด้วยตัวเลขชวนขนลุก ว่า อีกไม่กี่ปีข้างหน้า แรงงานไทยราว 2.2 ล้านคน กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง ที่จะถูกปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามากลืนกินเนื้องาน

ซึ่งตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้ไทยครองสัดส่วนแรงงานกลุ่มเสี่ยงสูงเป็น อันดับ 3 ของภูมิภาคอาเซียน ตามหลังเพียงสิงคโปร์และฟิลิปปินส์เท่านั้น

เด็กจบใหม่เคว้ง ยอดว่างงานแตะจุดพีก

ย้อนไปก่อนหน้า สถิติจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 เผยข้อมูลที่สอดคล้องกัน โดยปัจจุบัน มีตัวเลขคนว่างงานพุ่งแตะ 401,000 คน เพิ่มขึ้นถึง 10% และนับเป็นสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวอายุ 20-24 ปี 

นี่คือกลุ่ม First Jobber ที่เพิ่งก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับประตูรับสมัครงานที่ปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว เพราะนายจ้างเร่งนำ AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาตัดลดต้นทุน ส่งผลให้งานระดับเริ่มต้น (Entry-level) เช่น การคีย์ข้อมูล งานธุรการ ช่วยตรวจทานบัญชี หรือแม้แต่การตัดต่อคลิปและร่างข้อความโฆษณา ซึ่งเคยเป็น "บันไดขั้นแรก" ให้เด็กจบใหม่ได้สะสมประสบการณ์ กำลังถูกกลืนหายไป

ดร.พุทธิพันธุ์ หิรัณยตระกูล นักวิชาการ TDRI เผยข้อมูลสำรวจตลาดงานออนไลน์ที่ยังชี้ให้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดว่า ประกาศรับสมัครงานที่ระบุเงื่อนไข "ต้องมีทักษะด้าน AI" พุ่งสูงขึ้นถึง 4 เท่าตัวภายในเวลาเพียงสองปี โดยลามไปสู่สายงานทั่วไปอย่างบัญชี การตลาด และงานสร้างสรรค์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วงการโปรแกรมเมอร์หรือไอทีอีกต่อไป

ยิ่งรายได้ดี ยิ่งเสี่ยงถูกแทนที่

จุดตัดสำคัญที่น่าตกใจจากรายงานของ TDRI ยังพบว่าประเภทของงานที่จะถูกแทนที่เสี่ยงขึ้นเรื่อยๆ จากในอดีต หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรกล มักถูกส่งเข้ามาแทนที่แรงงานที่ใช้แรงกายหรืองานซ้ำซากรายได้ต่ำ แต่คลื่น AI รอบนี้พุ่งเป้าไปที่ "มนุษย์ออฟฟิศและสายวิชาชีพ"

  • กลุ่มเสี่ยงด่านหน้า: เสมียน พนักงานคีย์ข้อมูล นักบัญชี นักแปล นักการตลาด ไปจนถึงทีมงานโปรดักชันในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ AI เริ่มกวาดเรียบตั้งแต่การแต่งเสียง สร้างภาพ ไปจนถึงตัดต่อวิดีโอ งานเหล่านี้ล้วนเป็นงานที่มีเพดานรายได้ค่อนข้างสูงและมีเส้นทางเติบโตในสายอาชีพชัดเจน
  • กลุ่มที่ AI ยังแย่งไม่ได้: งานช่างฝีมือ งานภาคบริการสุขภาพ และงานดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะทางกายภาพและความเห็นอกเห็นใจสูง ทว่าโครงสร้างค่าตอบแทนของงานกลุ่มนี้ในไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ำ

สะท้อนถึง ภาวะหดตัวของงานชนชั้นกลาง เพราะงานที่เคยเป็นฐานรากในการสร้างความมั่งคั่งให้คนรุ่นใหม่กำลังหายไป เหลือแต่งานรายได้น้อยที่เครื่องจักรยังไม่อยากทำ

โจทย์ใหญ่จึงตกอยู่กับภาครัฐ ที่ต้องไม่มองเพียงมิติของการหนุนให้ภาคธุรกิจนำ AI มาใช้เพิ่มกำไรหรือผลิตภาพ (Productivity) เพียงด้านเดียว แต่ต้องเร่งจัดทำแผนที่อาชีพใหม่ (Career Pathway) และอุดหนุนงบประมาณการรีสกิลครั้งใหญ่ ทั้งการดึงคนที่ตกงานกลับเข้าสู่ระบบ และการยกระดับคนที่ยังทำงานเดิมอยู่ให้กลายเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยี ไม่ใช่เหยื่อของเทคโนโลยี

ตัวเลข 2.2 ล้านชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของความไม่แน่นอน และสถิติคนรุ่นใหม่เกือบครึ่งที่กำลังเคว้งคว้าง สะท้อนชัดเจนว่า คลื่น AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวในอนาคต แต่เป็นมรสุมลูกใหญ่ที่กำลังกัดเซาะโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอยู่ในขณะนี้

อีกด้านของเหรียญ ภัยไซเบอร์ยุค AI ต้นทุนต่ำ แต่เจาะลึกถึงเงินในกระเป๋า

นอกจากเรื่องปากท้องและอาชีพการงานแล้ว รายงานของ TDRI โดย ดร.สลิลธร ทองมีนสุข ยังฉายสปอตไลต์ไปที่อีกด้านของเทคโนโลยี นั่นคือการกลายร่างเป็น "เครื่องมือติดสปีดของมิจฉาชีพ"

วันนี้ อาชญากรรมทางเทคโนโลยีวิวัฒนาการไปสู่รูปแบบ Cybercrime-as-a-Service หรือธุรกิจมิจฉาชีพครบวงจร มีการเปิดเช่าโปรแกรม มีบริการคลังข้อมูลหลุด จัดหาบัญชีม้า ไปจนถึงระบบฟอกเงิน ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งสิ้น ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพสร้างเนื้อหาหลอกลวงได้แนบเนียน ปลอมแปลงเสียงและใบหน้าคนใกล้ชิด (Deepfake) ส่งอีเมลฟิชชิง และเปิดเว็บปลอมได้นับพันแห่งในเวลาไม่กี่วินาที โดยมีต้นทุนที่ถูกลงเรื่อยๆ

แม้ระบบธนาคารไทยจะเริ่มนำโมเดล AI มาใช้วิเคราะห์และตัดตอนบัญชีม้า แต่เทคโนโลยีฝ่ายรุกยังคงก้าวนำฝ่ายรับอยู่เสมอ

สิ่งที่ TDRI เสนอ คือ นอกจากสื่อสารให้ประชาชน "รู้เท่าทัน" มากขึ้นในวันที่เทคโนโลยีปลอมตัวได้เนียนระดับแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า อีกทางออกสำคัญ ยังรวมถึงการวางกลไก "ความรับผิดชอบร่วม" (Shared Responsibility) ระหว่างสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม (ค่ายมือถือ) และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ต้องแชร์ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อสกัดกั้นเม็ดเงินก่อนจะไหลออกนอกประเทศอีกด้วย.

อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ 

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์