
“ศุภจี” หารือ WTO ร่วมผลักดันปฏิรูปกติกาการค้าโลก รับมือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เดินหน้ากระจายตลาดส่งออกผ่าน FTA หนุนการค้าดิจิทัลอาเซียน เพิ่มโอกาส SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน และตลาดต่างประเทศ หลังส่งออกไทย 8 เดือนแรกปี 69 โต 18.9% แต่ SMEs มีสัดส่วนมูลค่าส่งออกเพียง 12-14% พร้อมเร่งเพิ่มมูลค่าการผลิตในประเทศ ลดพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างชาติ ยกระดับทักษะแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค.69 ได้หารือทวิภาคีกับ นางเอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) ในโอกาสที่ผู้อำนวยการใหญ่ WTO เดินทางเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 69 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าโลก การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย การกระจายตลาดส่งออก การส่งเสริม SMEs การค้าดิจิทัล และการปฏิรูป WTO
ทั้งนี้ ได้แจ้งว่า แม้การส่งออกของไทยในช่วง 8 เดือน (ม.ค.ส.ค.) ปี 69 จะขยายตัวถึง 18.9% โดยมีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่ไทยยังต้องเร่งเพิ่มมูลค่าเพิ่มในประเทศ ลดการพึ่งพาวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศ และยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถสร้างมูลค่าและได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานโลกมากขึ้น โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกเพียง 12–14%
“ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยยังให้ความสำคัญกับการกระจายตลาดคู่ค้าผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้แก่ FTA กับสหภาพยุโรป การต่อยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (CEPA) กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และการหารือด้านการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน ควบคู่กับการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีภายใต้ WTO”
โดย ผู้อำนวยการใหญ่ WTO ชื่นชมไทยที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจหลากหลาย ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ และสนับสนุนแนวทางการกระจายตลาดส่งออกและห่วงโซ่อุปทานของไทย โดยเห็นว่าการจัดทำ FTA ช่วยลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และสามารถดำเนินควบคู่กับระบบการค้าพหุภาคีได้ รวมทั้งสนับสนุนให้ไทยยกระดับการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศผ่านมาตรการที่สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ WTO
นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมุ่งยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันของ SMEs ทั้งในด้านทัพษา การเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการขยายตลาดต่างประเทศ สำหรับการค้าดิจิทัลนั้น อาเซียนเตรียมบังคับใช้ความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ซึ่งจะช่วยสร้างกฎเกณฑ์ร่วมกันและเปิดโอกาสให้ SMEs เข้าถึงตลาดอาเซียนผ่านช่องทางดิจิทัลได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่การปฏิรูป WTO นั้น ไทยให้ความสำคัญมาก เเพื่อให้ระบบการค้าพหุภาคีมีประสิทธิภาพ และตอบสนองต่อความท้าทายทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และมาตรการทางการค้าต่างๆ