
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง ชูจุดเด่น “ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน” ข้าวอินทรีย์อัตลักษณ์ลำปางที่อุดมด้วยสารอาหารจากแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ เร่งเจาะตลาดพรีเมียม (Niche Market) สร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับรายได้ให้เกษตรกรสูงกว่าข้าวทั่วไปเกือบเท่าตัว
น.ส.ปิยวรรณ มาตราช ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง เปิดเผยว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวลำปาง เดินหน้าส่งเสริม “ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน” ข้าวพันธุ์ กข 83 ที่ผลิตภายใต้ระบบเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ อ.เมืองปาน จ.ลำปาง โดยใช้แหล่งน้ำจากลำน้ำมอญ ซึ่งมีน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนไหลมาบรรจบเป็นจุดเด่นของพื้นที่ผลิต หวังยกระดับจากข้าวท้องถิ่นสู่สินค้าเกษตรอัตลักษณ์ลำปาง และเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการ
ข้าวชนิดนี้มีจุดเด่นจากสภาพพื้นที่และระบบการผลิต โดยเป็นข้าวอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ไทย ข้อมูลการศึกษาพบว่า ข้าวที่ผลิตในพื้นที่สายน้ำแร่มีปริมาณสารอาหารหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 แคลเซียม แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส สังกะสี และโพแทสเซียม รวมถึงสารแอนโทไซยานินในระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวพันธุ์เดียวกันที่ปลูกนอกพื้นที่ จุดเด่นดังกล่าวช่วยให้ข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อนมีศักยภาพในการเจาะตลาด Niche Market ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ สุขภาพ และแหล่งผลิต ทั้งยังมีราคาจำหน่ายสูงกว่าข้าวเหนียวที่นิยมปลูกในพื้นที่ โดยปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรมีข้อตกลงซื้อขายกับสหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด ตั้งแต่ปีการผลิต 2566/67
ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรผลิตข้าวสายน้ำแร่แจ้ซ้อน 1 กลุ่ม สมาชิก 13 ราย พื้นที่ปลูก 38 ไร่ โดยปีการผลิต 2568/69 มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดจำนวน 20,442 กิโลกรัม ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท คิดเป็นมูลค่า 408,840 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าข้าวเหนียวที่นิยมปลูกใน จ.ลำปาง ที่มีราคาอยู่ประมาณกิโลกรัมละ 10.70–11.70 บาท สะท้อนให้เห็นโอกาสของการพัฒนาข้าวอัตลักษณ์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรได้