ทุนวัสดุขั้นสูงปักฐานไทย บีโอไอชี้รับกระแส AI-อีวี-พลังงานสะอาด

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ทุนวัสดุขั้นสูงปักฐานไทย บีโอไอชี้รับกระแส AI-อีวี-พลังงานสะอาด

Date Time: 16 ต.ค. 2569 06:15 น.

Video

ผู้เปิดพื้นที่ให้กาแฟไทยจากดอยปางขอน เชียงราย เติบโตไกลในโลกอีคอมเมิร์ซ | BrandStory Exclusive EP.31

“Summary“

บีโอไอเผยยอดขอรับการส่งเสริมลงทุนกลุ่มวัสดุขั้นสูงและวัสดุนาโนรวม 35 โครงการ มูลค่ากว่า 23,500 ล้านบาท ระหว่างปี 2566 ถึงมิถุนายน 2569

  • อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีความต้องการวัสดุเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น (MLCC) เพื่อรองรับการผลิตสมาร์ทโฟนและเซิร์ฟเวอร์ AI
  • บริษัทชั้นนำระดับโลก เช่น มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ และเคียวเซร่า เอวีเอ็กซ์ เลือกไทยเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ
  • มีการลงทุนในวัสดุต้นน้ำสำหรับแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และวัสดุสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน รวมถึงแม่เหล็กนีโอไดเมียมสำหรับมอเตอร์ยานยนต์ไฟฟ้า
  • การลงทุนครอบคลุมถึงวัสดุนาโนและเซรามิกวิศวกรรมขั้นสูง เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูงและชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า

Latest


นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เปิดเผยว่า วัสดุขั้นสูง (Advanced Material) รวมถึงวัสดุนาโน เส้นใยและแผ่นผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ กำลังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านความแข็งแรง น้ำหนักเบา การนำและกระจายความร้อน ความทนทานต่ออุณหภูมิและสารเคมี ตลอดจนคุณสมบัติทางไฟฟ้าและพลังงาน

ข้อมูลการขอรับการส่งเสริมการลงทุนตั้งแต่ปี 2566 ถึงเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า มีโครงการในกลุ่มผลิตวัสดุขั้นสูง วัสดุนาโน เส้นใยและแผ่นผ้าคุณสมบัติพิเศษ รวม 35 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 23,500 ล้านบาท ครอบคลุมตั้งแต่ตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น ฟิล์มแกรไฟต์สำหรับระบายความร้อน วัสดุแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิง แม่เหล็กสำหรับมอเตอร์ ไปจนถึงวัสดุที่ใช้ในแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และกระบวนการผลิตความแม่นยำสูง

หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัล คือวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น หรือ MLCC ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ระดับสูงที่อาจต้องใช้ชิ้นส่วนดังกล่าวมากถึง 30,000 ตัวต่อเครื่อง ความต้องการที่เพิ่มขึ้นช่วยผลักดันความสำคัญของฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในไทย

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตของผู้ประกอบการรายสำคัญ อาทิ บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิต MLCC รายใหญ่ของโลก ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 35% และบริษัท เคียวเซร่า เอวีเอ็กซ์ คอมโพเนนส์ ผู้ผลิตตัวเก็บประจุแทนทาลัมชั้นนำระดับโลก ขณะเดียวกัน บริษัท โจเนส เทค ได้ลงทุนผลิตฟิล์มแกรไฟต์สังเคราะห์ ฟิล์มแกรไฟต์ธรรมชาติ และชิ้นส่วนแกรไฟต์ตัดขึ้นรูป สำหรับช่วยนำและกระจายความร้อนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่

อีกส่วนสำคัญคือวัสดุต้นน้ำสำหรับแผงวงจรพิมพ์ หรือ PCB ซึ่งมีบทบาทต่อการขยายกำลังผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยมีผู้ลงทุนอย่างบริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส ผลิตแผ่นผ้าใยแก้วสำหรับ PCB รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงที่รองรับเซิร์ฟเวอร์ AI บริษัท พามิคา (ไทยแลนด์) ผลิตเส้นด้ายและแผ่นผ้าใยควอตซ์สำหรับอิเล็กทรอนิกส์ และบริษัท ไซแมกซ์ คอมโพสิท ผลิตแผ่นผ้าไฟเบอร์กลาสสำหรับอุตสาหกรรมดังกล่าว ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ

ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด มีการลงทุนในวัสดุที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบพลังงาน โดยบริษัท บีจีเอ็น ไทย ผลิตแผ่นอะลูมิเนียมและแผ่นทองแดงเคลือบคาร์บอน รวมถึงแผ่นฟอยล์เคลือบเซรามิกและคาร์บอนสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขณะที่บริษัท ฟินิส เวลเมนูเฟคเจอริ่ง ลงทุนผลิตแม่เหล็กนีโอไดเมียมและชิ้นส่วนมอเตอร์ และบริษัท ซิ่นหยวน แกรไฟต์ ผลิตแกรไฟต์ขยายตัวสำหรับแบตเตอรี่ รวมถึงแผ่นไบโพลาร์เพลตที่ใช้ในเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนด้านวัสดุนาโนและเซรามิกวิศวกรรมขั้นสูง ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง บริษัท โกลเดน อีเกร็ต ซีเมนต์ คาร์ไบด์ ผลิตผงทังสเตน ผงทังสเตนคาร์ไบด์ และผงโลหะผสมสำหรับเครื่องมือตัดและชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ขณะที่บริษัท โคร์สเทก แอดวานซ์ แมททีเรียลส์ ในเครือ CoorsTek จากสหรัฐอเมริกา ลงทุนผลิตเซรามิกสำหรับเซนเซอร์ตรวจจับแรงดันในชิ้นส่วนยานยนต์ และลูกบอลซิลิคอนไนไตรด์สำหรับตลับลูกปืนไฮบริดในรถยนต์ไฟฟ้าและกังหันลม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ