เปิดวิกฤต Cash Margin ครัวเรือนไทย รายได้น้อยเกือบครึ่ง เงินสดติดลบ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดวิกฤต Cash Margin ครัวเรือนไทย รายได้น้อยเกือบครึ่ง เงินสดติดลบ

Date Time: 13 ต.ค. 2569 10:00 น.

Video

เมื่อ SME ต้องปรับตัวให้ทันโลก: 3 บทบาท Krungsri SME สู่ Trusted Partner | On The Rise EP.28

“Summary“

หนี้ครัวเรือนไทยจ่อลดเหลือ 84% ของ GDP แต่ไม่ได้สะท้อนว่าฐานะการเงินดีขึ้น เมื่อคนรายได้น้อยเกือบครึ่งเผชิญภาวะ Cash Margin ติดลบ รายได้ทุก 100 บาท ต้องแบ่งจ่ายหนี้เฉลี่ย 40 บาท

Latest


หนี้ครัวเรือนไทยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าฐานะการเงินของคนไทยดีขึ้นทั้งหมด เพราะส่วนหนึ่งมาจากการชะลอตัวของสินเชื่อ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และความสามารถในการก่อหนี้ใหม่ของประชาชนที่ยังมีข้อจำกัด

ล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ในปี 2569 จะลดลงมาอยู่ที่ 84.0% ขณะที่ยอดหนี้คงค้างยังอยู่ในระดับสูงประมาณ 16.4 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าภาระหนี้ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อกำลังซื้อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ที่น่าสนใจคือ เบื้องหลังตัวเลขหนี้ที่ลดลง ยังพบความเปราะบางด้านสภาพคล่องของครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อย ซึ่งบางส่วนมีรายได้ไม่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและการชำระหนี้

เศรษฐกิจรูปตัว K คนมีทรัพย์สินยังกู้ได้ คนรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อยาก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า การชะลอตัวของหนี้ครัวเรือนส่วนหนึ่งสะท้อนความแตกต่างของความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อระหว่างกลุ่มรายได้ หรือเศรษฐกิจรูปตัว K (K-shaped Economy)

โดยครัวเรือนรายได้สูงกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ยังมีการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อเพื่อการศึกษา และสินเชื่อไม่มีหลักประกันยังหดตัว สะท้อนข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อของครัวเรือนบางกลุ่ม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การลดลงของหนี้ครัวเรือนต้องพิจารณาควบคู่กับคุณภาพหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ เพราะหนี้ที่ลดลงจากการเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ไม่ได้มีความหมายเช่นเดียวกับการลดลงจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการปลดภาระหนี้เดิม

Cash Margin รายได้น้อยเกือบครึ่ง เงินสดติดลบ

อีกประเด็นสำคัญจากการวิเคราะห์ของข้อมูลดังกล่าว คือสถานะ Cash Margin หรือเงินคงเหลือของครัวเรือนหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตและภาระชำระหนี้

ข้อมูลจากการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ปี 2568 พบว่า 23.8% ของครัวเรือนที่มีภาระชำระหนี้ มี Cash Margin ติดลบ หมายความว่ารายได้ไม่เพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ทั้งหมด

เมื่อจำแนกตามระดับรายได้ พบว่า

  • 48.8% ของครัวเรือนรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือนที่มีภาระชำระหนี้ มี Cash Margin ติดลบ
  • 25.0% ของครัวเรือนรายได้ 15,000-30,000 บาทต่อเดือนที่มีภาระชำระหนี้ มี Cash Margin ติดลบ

ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ครัวเรือนรายได้น้อยเกือบครึ่งหนึ่งในกลุ่มที่มีภาระหนี้ มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายทั้งหมด แม้ไม่ได้หมายความว่าทุกครัวเรือนกำลังผิดนัดชำระหนี้ก็ตาม

หาเงิน 100 บาท ต้องแบ่งจ่ายหนี้เฉลี่ย 40 บาท

อีกตัวเลขที่น่าสนใจ คือสัดส่วนภาระชำระหนี้ต่อรายได้ หรือ Debt Service Ratio (DSR) ของครัวเรือนรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งอยู่ที่เฉลี่ย 40.1% กล่าวคือ ทุก ๆ รายได้ 100 บาท ครัวเรือนกลุ่มนี้ต้องแบ่งเงินประมาณ 40 บาทไปชำระหนี้ เหลืออีก 60 บาทสำหรับค่าใช้จ่ายอื่น

หากยกตัวอย่างครัวเรือนที่มีรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน และมี DSR เท่ากับค่าเฉลี่ยดังกล่าว จะต้องนำเงิน 6,015 บาทไปชำระหนี้ เหลือ 8,985 บาท ก่อนหักค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ

สำหรับครัวเรือนที่มีสมาชิกหลายคน หรือมีภาระดูแลบุตรและผู้สูงอายุ เงินที่เหลืออาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต ทำให้ต้องนำเงินออมมาใช้ หรือหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อเสริมสภาพคล่อง

รายจ่ายเพิ่ม 10% เสี่ยงดัน 1.2 ล้านครัวเรือน เงินไม่พอใช้

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องไม่ได้จำกัดเฉพาะครัวเรือนรายได้น้อยเท่านั้น แต่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินสถานการณ์จำลองว่า หากค่าใช้จ่ายของครัวเรือนเพิ่มขึ้น 10% อาจมีครัวเรือนราว 1.2 ล้านครัวเรือน เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Cash Margin ติดลบ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าครัวเรือนบางส่วนมีเงินเหลือหลังหักรายจ่ายและภาระหนี้ไม่มากนัก 

การเผชิญค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน อาจทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละเดือน 

หนี้ลด แต่กำลังซื้อยังถูกกดดัน

ภาวะ Cash Margin ติดลบมีผลต่อการใช้จ่ายของครัวเรือน เพราะเมื่อรายได้ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ชำระหนี้และค่าใช้จ่ายจำเป็น เงินสำหรับการบริโภคสินค้าและบริการอื่น ๆ ย่อมลดลง

โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตช้า รายได้ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ อาจทำให้ครัวเรือนต้องชะลอการซื้อสินค้าคงทน การใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น หรือการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต

ดังนั้น แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะมีแนวโน้มลดลง แต่ข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยสะท้อนว่า ความสามารถในการชำระหนี้และเงินคงเหลือสำหรับดำรงชีวิตยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามเพราะการลดภาระหนี้จะช่วยสร้างความมั่นคงทางการ เงินได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อครัวเรือนมีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย มีเงินออมรองรับเหตุฉุกเฉิน และไม่จำเป็นต้องก่อหนี้ใหม่เพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน.

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 

อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ 

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ