
กระแส “ผ้าไทย” มาแรง คนแห่ยื่นคำขอจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทลวดลายผ้า เพื่อขอรับความคุ้มครอง เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ปัจจุบัน ความนิยมสวมใส่ผ้าไทย ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าทอจากจังหวัดต่างๆ หรือนำผ้าไทย มาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย กระเป๋า รองเท้า รวมถึงของใช้ ของแต่งบ้าน ฯลฯ ของคนไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเกิดกระแส “ชุดไทย” ในหมู่คนไทย ส่งผลให้มีการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ประเภทลวดลายผ้า ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อขอรับความคุ้มครองลายผ้าที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่เพิ่มขึ้นมาก โดยช่วง 5 ปี (ปี 65-69) ยื่นคำขอรวม 1,252 คำขอ ได้รับจดทะเบียน 853 คำขอ
โดยปี 68 ยื่นคำขอสูงสุด 508 รายการ เพิ่มขึ้น 129% จากปี 67 ที่ยื่น 222 รายการ ส่วนช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) ปี 69 ยื่นคำขอแล้ว 514 รายการ ถือเป็นแบบผลิตภัณฑ์ที่ยื่นคำขอมากที่สุด ขณะที่การรับจดทะเบียน ปี 68 อยู่ที่ 272 คำขอ และปี 69 มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยไตรมาส 3 ปี 69 รับจดแล้ว 176 คำขอ
สำหรับผู้ยื่นคำขอส่วนใหญ่เป็นสัญชาติไทย ต่างชาติมีน้อยมาก โดยสถาบันการศึกษายื่นคำขอมากสุด คือ 1.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 384 คำขอ ตามด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 175 คำขอ, มหาวิทยาลัยบูรพา 81 คำขอ ฯลฯ ขณะที่ผู้ได้รับจดทะเบียนสูงสุด คือ 1.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 223 คำขอ ตามด้วยมหาวิทยาลัยนเรศวร 144 คำขอ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน 71 คำขอ ฯลฯ
ทั้งนี้ จากข้อมูล จะเห็นได้ว่า การยื่นคำขอลวดลายผ้าได้รับความนิยมในกลุ่มสถาบันการศึกษา อาจเป็นเพราะมีโครงการส่งเสริมการออกแบบ การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา หรือรวบรวมผลงาน เพื่อยื่นขอรับความคุ้มครอง อีกทั้งยังชี้ว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยไม่ได้แข่งขันเฉพาะเรื่องการผลิต แต่แข่งขันกันด้วยการออกแบบ อัตลักษณ์ และทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะลวดลายผ้าอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น ซึ่งกลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาได้ ที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าไทย และสร้างรายได้ให้ชุมชนทอผ้าได้อย่างยั่งยืน