
เด็กจบใหม่หางานยาก คนประสบการณ์สูงก็เสี่ยงถูกคัดออก พบคนไทยว่างงานพุ่ง 4 แสนคน Jobbkk เปิดตลาดงานยุค “เลือกจ้าง” ต้องเก่งตรงโจทย์ คุ้มค่าจ้าง "ลาออก" ไร้แผน หางานใหม่ไม่ง่าย
ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญแรงกดดันทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่จำกัดความสามารถในการจ้างงานของธุรกิจ และความต้องการทักษะที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี คนหางานจึงต้องเผชิญโจทย์มากกว่าการแข่งขันกับผู้สมัครรายอื่น แต่ยังต้องพิสูจน์ว่า ทักษะที่มีตรงกับงานที่องค์กรต้องการเพียงใด ตั้งแต่กลุ่มเด็กจบใหม่ไปจนถึงคนที่มีประสบการณ์ทำงานมาหลายปี
ข้อมูลล่าสุด จาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า คนไทยยังมีความเสี่ยงว่างงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กจบใหม่ ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า ไทยมีผู้ว่างงาน 4.01 แสนคน เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส นับจากไตรมาส 3 ปี 2567 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่จำนวนผู้ว่างงานอยู่เหนือระดับ 4 แสนคน
เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่า ผู้ว่างงานอายุ 20-24 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยของเด็กจบใหม่ มีจำนวนราว 1.74 แสนคน หรือประมาณ 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมด สะท้อนแรงกดดันต่อคนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดแรงงาน และต้องแข่งขันเพื่อให้ได้งานแรกในช่วงที่หลายธุรกิจระมัดระวังการรับพนักงานเพิ่ม
สอดคล้องกับข้อมูลจากแพลตฟอร์มจัดหางานชื่อดัง JobBkk ที่สะท้อนว่า ปัจจุบันหลายองค์กรกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจจ้างงาน เกิดเป็นปรากฏการณ์ Hiring Freeze หรือการชะลอรับพนักงานใหม่ โดยบางองค์กรไม่ได้ใช้วิธีปลดพนักงานครั้งใหญ่ แต่เลือกจำกัดการรับคนเพิ่ม หรือไม่รับพนักงานใหม่เข้ามาทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง
สิ่งที่น่ากังวลคือ การแข่งขันเพื่อให้ได้งานหนึ่งตำแหน่งกำลังสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากในอดีตที่การเปิดรับสมัครงาน 1 ตำแหน่ง มีผู้สมัครประมาณ 10-20 คน ปัจจุบันกลับมีใบสมัครสูงถึง 100-200 คนต่อตำแหน่ง โดยเฉพาะงานด้านการตลาด (Marketing) ทรัพยากรบุคคล (HR) บัญชี งานแอดมิน (Admin) และธุรการ
“ยิ่งผู้สมัครเยอะ การแข่งขันก็ยิ่งสูง”
สถานการณ์นี้สะท้อนว่า การหางานใหม่กลายเป็นเรื่องยากขึ้น การตัดสินใจ “ลาออก” โดยยังไม่มีงานรองรับหรือไม่ได้วางแผนล่วงหน้า จึงอาจนำไปสู่การว่างงานต่อเนื่องหลายเดือน ขณะที่ระยะเวลาว่างงานที่ยาวนานขึ้นอาจทำให้ประวัติการทำงานมีช่องว่าง และกลายเป็นข้อพิจารณาของนายจ้าง ซึ่งอาจกระทบทั้งโอกาสได้รับการเรียกสัมภาษณ์และการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ช่องว่างในประวัติการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทักษะของผู้สมัครที่อาจไม่สอดคล้องกับความต้องการของนายจ้างซึ่งเปลี่ยนไปด้วย
“ที่สำคัญมากกว่าการว่างงานนาน คือทักษะที่เรามีอยู่อาจตามไม่ทันความต้องการของตลาดแรงงานแล้ว เพราะปัจจุบันตลาดอยู่ในยุค Selective Hiring มากขึ้น โดยไม่ได้ต้องการหาคนมาทำงานอย่างเดียว แต่ต้องการคนที่มีทักษะตรงกับงาน และสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้เลยทันที ทำให้คนที่ว่างงานนาน 1 ปีเสียเปรียบ”
Selective Hiring หรือการเลือกจ้างอย่างเจาะจง จึงสะท้อนทิศทางของตลาดงานที่องค์กรพิจารณามากขึ้นว่า ผู้สมัครมีทักษะตรงกับโจทย์ของตำแหน่งเพียงใด และสามารถนำความสามารถนั้นมาสร้างผลลัพธ์ให้ธุรกิจได้เร็วแค่ไหน
JobBkk ยังระบุว่า แม้แต่ผู้สมัครที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสายงาน ก็มีโอกาสถูก “คัดออก” มากขึ้นเช่นกัน ความเชื่อเดิมที่ว่า “ยิ่งมีประสบการณ์ องค์กรยิ่งต้องการตัวสูง” จึงอาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบที่รับประกันโอกาสได้งานในตลาดปัจจุบัน
หลายองค์กรกำลังเปลี่ยนวิธีพิจารณาผู้สมัคร โดยให้น้ำหนักกับความ “คุ้มค่า” ของการจ้างงานเป็นหลัก มากกว่าดูเพียงจำนวนปีที่ผ่านการทำงานมา ประสบการณ์จึงต้องมาพร้อมความสามารถที่ตอบโจทย์ธุรกิจ และสอดคล้องกับงบประมาณที่องค์กรพร้อมจ่าย โดยมีปัจจัยสำคัญในการพิจารณา ได้แก่
“ถึงแม้จะมีประสบการณ์ แต่ถ้าไม่พัฒนาตัวเอง ประสบการณ์ก็อาจเป็นแค่มูลค่าที่องค์กรไม่อยากจ่าย”
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ,สภาพัฒน์ ,JOBBKK
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney