ประเทศไทยจะไปทางไหน? ต้องเข้าใจ “แผน 14” ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2571-2575

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ประเทศไทยจะไปทางไหน? ต้องเข้าใจ “แผน 14” ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พ.ศ. 2571-2575

Date Time: 9 ต.ค. 2569 11:28 น.

Video

ปี 2570 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ขายอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมา” | Money Issue EP.77

“Summary“

แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มุ่งเน้น 5 เสาหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ, การปฏิรูปภาครัฐ, การยกระดับทุนมนุษย์, การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี

  • รัฐบาลตั้งเป้าหมายผลักดันให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2580 โดยเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐที่เป็นผู้สนับสนุน และภาคเอกชนที่เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเป้าหมาย
  • สภาพัฒน์เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างจากแผนฉบับที่ 13 ที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ทั้งด้านรายได้ประชาชาติต่อหัว ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และประสิทธิภาพของภาครัฐ
  • กระบวนการจัดทำแผนอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นและปรับปรุงร่าง โดยคาดว่าจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2570 ก่อนประกาศใช้จริง
  • ภาครัฐเน้นนโยบาย 'ซ่อม-เสริม-สร้าง' เพื่อลดขนาดภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมรับมือกับความท้าทายด้าน Climate Change และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

Latest


ในยุคที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ทางแยกสำคัญ ดังนั้น “แผนของประเทศ” ยิ่งต้องออกแบบมาให้พร้อมรับมือทุกเรื่อง Thairath Money อยากชวนมาลงลึกในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือน ต.ค. 2570 นี้กัน

อนาคตประเทศไทยที่รัฐอยากเห็น

ประเทศจะเดินไปข้างหน้าเศรษฐกิจต้องเติบโต แต่ช่วงที่ผ่านมาไทยเจอมรสุมหลายด้าน ตั้งแต่ปัญหาเชิงโครงสร้าง โควิด-19 ไปจนถึงนโยบายการค้าโลกที่เปลี่ยนไปมา เมื่อซ้ำเติมกับภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง ทำให้ GDP ไทยอาจโตช้าลงไปอีกจนเป็นที่มาให้ภาครัฐพูดถึงเรื่องการปรับโครงสร้างเพื่อให้ GDP ไทยกลับมาเติบโตได้ตามศักยภาพ (อย่างน้อยให้มากกว่า 3%) และก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน

อีกเป้าหมายสำคัญซึ่งหลายคนน่าจะเห็นพาดหัวข่าวกันบ่อยๆ คือ ไทยตั้งเป้าหมายจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2580 โดย "ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่าการจะทำเรื่องนี้ได้ต้องอาศัยความร่วมมือในหลายด้านทั้งภาครัฐ และเอกชน

เมื่อเปรียบเทียบกับทีมฟุตบอล ภาคเอกชนอย่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเป็น “กองหน้า” ที่คัดเลือกธุรกิจดาวรุ่งใน 7 อุตสาหกรรมหลัก เช่น การเกษตรอัจฉริยะ, แปรรูปอาหาร, ยานยนต์สมัยใหม่, ดิจิทัล และการท่องเที่ยวสมัยใหม่ ฯลฯ ส่วนภาครัฐจะต้องเป็นทั้งกองกลางที่จ่ายบอลได้รวดเร็ว รวมถึงเป็นกองหลังที่ดูแลเสถียรภาพของประเทศทั้งด้านการเงินและการคลัง

แต่การจะเปลี่ยนแปลงประเทศสิ่งที่ต้องเริ่มคือ ปฏิรูปภาครัฐ ซึ่ง “ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เคยพูดไว้ว่า ภาครัฐต้องมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แม้จะต้องลดขนาด หรือปรับการทำงานก็ต้องเร่งทำเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า” มองว่าโจทย์ของประเทศไทยมี 4 เรื่องที่ต้องปรับแผนให้พร้อมรับมือ คือ สังคมสูงวัย, ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์, Climate Change และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว

ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายที่ภาครัฐอยากทำเพื่อพัฒนาประเทศ แต่จะเริ่มจากจุดไหนลองมาดูกันในแผน 14 ที่จะเป็นเหมือนป้ายบอกทางให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า

5 เสาหลัก ผ่านการ “ซ่อม-เสริม-สร้าง”

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเทศไทยเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2504 จะเป็นแนวทางที่จะใช้พัฒนาประเทศ โดยบทเรียนจากแผนพัฒนาฯ ที่ผ่านมาคือ มีแผนแต่ยังมีข้อจำกัดที่จะทำได้จริง, ยังเห็นการทำงานแยกส่วน, แม้จะมีการติดตามผลรายงานแต่ไม่เกิดการพัฒนาปรับปรุง และที่สำคัญคือ ประชาชนยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้

ดังนั้น แผน 14 ที่จะเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2571-2575 นี้ทางสภาพัฒน์ออกแบบโดยตั้งเป้าหมายที่จะพลิกโฉมประเทศให้ยืดหยุ่น พร้อมรับมือ Climate Change ที่รุนแรงขึ้น และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน แบ่งเป็น 5 เสาหลัก โดยการซ่อม สร้าง และเสริมส่วนที่ขาด คือ

1. Transform เศรษฐกิจ หรือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

  • การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจรายสาขาและยกระดับเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ เช่น เทคโนโลยีขั้นสูงที่เพิ่มมูลค่าได้, ด้านการแพทย์และสุขภาพ ฯลฯ
  • การพัฒนาระบบนิเวศที่สร้างแรงจูงใจและเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยต่อการปรับตัวของแรงงาน ภาคธุรกิจและภาครัฐ ตามบริบทที่เปลี่ยนแปลงเร็ว อย่างการเอื้อให้แรงงานพัฒนาทักษะได้
  • การลดสัดส่วนเศรษฐกิจนอกระบบ ออกแบบดึงคนนอกระบบเข้าสู่ระบบ
  • การพัฒนา SMEs ให้มีโอกาสในการแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม พัฒนากลไกให้ธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต
  • การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งด้านการคลังและกลไกด้านการเงิน

2. Reform ภาครัฐ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง รัฐต้องมีขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ควบรวมหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน และยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าสมัย

3. Upgrade ทุนมนุษย์ ผ่านการยกระดับทุนมนุษย์โดยพัฒนาคนทุกช่วงวัย เพิ่มทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้สามารถมีรายได้สูงขึ้น ออกแบบสิทธิประโยชน์จูงใจให้คนมีบุตร และวางรากฐานสวัสดิการที่มั่นคง

4. Sustain ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับมือ Climate Change เปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพิงพลังงานนำเข้า และมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

5. Transfer เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการลงทุนพัฒนาระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่คนไทยอย่างเป็นรูปธรรม

แผน 14 จะเริ่มใช้เมื่อไร

ล่าสุดทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) แล้ว ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้คือ หลังการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทางสภาพัฒน์จะปรับแผน 14 ตามความเหมาะสมและใช้ในการทำแนวร่วมขับเคลื่อนแผน

ในช่วง ก.พ.-เม.ย. 2570 คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ (คกก. ยุทธศาสตร์ชาติ) ครม. เห็นชอบร่างแผน 14 และคาดว่าช่วง ส.ค.-ก.ย. 2570 นายกรัฐมนตรีนำร่างแผน 14 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถ้าเป็นไปตามแผนนี้ทั้งหมดคาดว่า แผน 14 จะเริ่มประกาศใช้ในเดือน ต.ค. 2570


เปิดแนวโน้มแผน 13 ที่ยังไม่ไปถึงเป้าหมาย

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เคยเล่าถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ว่าผลลัพธ์ในปัจจุบันยังห่างจากเป้าหมาย โดยข้อมูลจาก สศช. ยังยกตัวอย่างสิ่งที่ต้องเร่งแก้ในแผน 14 คือ

  • รายได้และคุณภาพชีวิต จากเป้าหมายรายได้ประชาชาติต่อหัวต้องไม่ต่ำกว่า 9,300 ดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2570 แต่ล่าสุดข้อมูลเมื่อปี 2567 ทำได้เพียง 7,199.7 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนีความก้าวหน้าของคน (HAI) ยังอยู่ในระดับ 0.6363 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ต้องการให้อยู่ในระดับสูงที่ 0.7209
  • ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ เป้าหมายลดความแตกต่างของรายจ่ายระหว่างกลุ่มคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงสุด 10% และต่ำสุด 40% ให้ต่ำกว่า 5 เท่า แต่ในปี 2567 ยังคงระดับห่างกันถึง 5.22 เท่า
  • อุตสาหกรรมยังปรับตัวช้า เช่น มูลค่าเพิ่มภาคเกษตรและผลิตภาพยังอยู่ในระดับต่ำ แม้รายได้การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นแต่ศักยภาพรองรับการท่องเที่ยวยังลดลง ส่วนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแม้จะเพิ่มขึ้น แต่ยังห่างจากเป้าหมาย

นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข อย่างด้านสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพภาครัฐยังต่ำ และความเชื่อมั่นต่อรัฐยังลดลง

หลังจากนี้คงต้องติดตามกันว่าหากแผน 14 เริ่มใช้จริง ภาครัฐและส่วนที่เกี่ยวข้องจะทำได้จริงแค่ไหน และส่งผลต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างไรในระยะยาว



ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ