
แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 มุ่งเน้น 5 เสาหลัก ได้แก่ การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ, การปฏิรูปภาครัฐ, การยกระดับทุนมนุษย์, การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ในยุคที่โลกหมุนเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ทางแยกสำคัญ ดังนั้น “แผนของประเทศ” ยิ่งต้องออกแบบมาให้พร้อมรับมือทุกเรื่อง Thairath Money อยากชวนมาลงลึกในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในเดือน ต.ค. 2570 นี้กัน
ประเทศจะเดินไปข้างหน้าเศรษฐกิจต้องเติบโต แต่ช่วงที่ผ่านมาไทยเจอมรสุมหลายด้าน ตั้งแต่ปัญหาเชิงโครงสร้าง โควิด-19 ไปจนถึงนโยบายการค้าโลกที่เปลี่ยนไปมา เมื่อซ้ำเติมกับภาวะการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง ทำให้ GDP ไทยอาจโตช้าลงไปอีกจนเป็นที่มาให้ภาครัฐพูดถึงเรื่องการปรับโครงสร้างเพื่อให้ GDP ไทยกลับมาเติบโตได้ตามศักยภาพ (อย่างน้อยให้มากกว่า 3%) และก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน
อีกเป้าหมายสำคัญซึ่งหลายคนน่าจะเห็นพาดหัวข่าวกันบ่อยๆ คือ ไทยตั้งเป้าหมายจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายในปี 2580 โดย "ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ" รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ย้ำว่าการจะทำเรื่องนี้ได้ต้องอาศัยความร่วมมือในหลายด้านทั้งภาครัฐ และเอกชน
เมื่อเปรียบเทียบกับทีมฟุตบอล ภาคเอกชนอย่างคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะเป็น “กองหน้า” ที่คัดเลือกธุรกิจดาวรุ่งใน 7 อุตสาหกรรมหลัก เช่น การเกษตรอัจฉริยะ, แปรรูปอาหาร, ยานยนต์สมัยใหม่, ดิจิทัล และการท่องเที่ยวสมัยใหม่ ฯลฯ ส่วนภาครัฐจะต้องเป็นทั้งกองกลางที่จ่ายบอลได้รวดเร็ว รวมถึงเป็นกองหลังที่ดูแลเสถียรภาพของประเทศทั้งด้านการเงินและการคลัง
แต่การจะเปลี่ยนแปลงประเทศสิ่งที่ต้องเริ่มคือ ปฏิรูปภาครัฐ ซึ่ง “ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เคยพูดไว้ว่า ภาครัฐต้องมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แม้จะต้องลดขนาด หรือปรับการทำงานก็ต้องเร่งทำเพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า” มองว่าโจทย์ของประเทศไทยมี 4 เรื่องที่ต้องปรับแผนให้พร้อมรับมือ คือ สังคมสูงวัย, ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์, Climate Change และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว
ทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายที่ภาครัฐอยากทำเพื่อพัฒนาประเทศ แต่จะเริ่มจากจุดไหนลองมาดูกันในแผน 14 ที่จะเป็นเหมือนป้ายบอกทางให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเทศไทยเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2504 จะเป็นแนวทางที่จะใช้พัฒนาประเทศ โดยบทเรียนจากแผนพัฒนาฯ ที่ผ่านมาคือ มีแผนแต่ยังมีข้อจำกัดที่จะทำได้จริง, ยังเห็นการทำงานแยกส่วน, แม้จะมีการติดตามผลรายงานแต่ไม่เกิดการพัฒนาปรับปรุง และที่สำคัญคือ ประชาชนยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
ดังนั้น แผน 14 ที่จะเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2571-2575 นี้ทางสภาพัฒน์ออกแบบโดยตั้งเป้าหมายที่จะพลิกโฉมประเทศให้ยืดหยุ่น พร้อมรับมือ Climate Change ที่รุนแรงขึ้น และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน แบ่งเป็น 5 เสาหลัก โดยการซ่อม สร้าง และเสริมส่วนที่ขาด คือ
1. Transform เศรษฐกิจ หรือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ
2. Reform ภาครัฐ แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง รัฐต้องมีขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ควบรวมหน่วยงานที่ซ้ำซ้อน และยกเลิกกฎระเบียบที่ล้าสมัย
3. Upgrade ทุนมนุษย์ ผ่านการยกระดับทุนมนุษย์โดยพัฒนาคนทุกช่วงวัย เพิ่มทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้สามารถมีรายได้สูงขึ้น ออกแบบสิทธิประโยชน์จูงใจให้คนมีบุตร และวางรากฐานสวัสดิการที่มั่นคง
4. Sustain ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับมือ Climate Change เปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพิงพลังงานนำเข้า และมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
5. Transfer เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการลงทุนพัฒนาระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่คนไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ล่าสุดทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 (พ.ศ. 2571-2575) แล้ว ตามไทม์ไลน์ที่วางไว้คือ หลังการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทางสภาพัฒน์จะปรับแผน 14 ตามความเหมาะสมและใช้ในการทำแนวร่วมขับเคลื่อนแผน
ในช่วง ก.พ.-เม.ย. 2570 คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ (คกก. ยุทธศาสตร์ชาติ) ครม. เห็นชอบร่างแผน 14 และคาดว่าช่วง ส.ค.-ก.ย. 2570 นายกรัฐมนตรีนำร่างแผน 14 ขึ้นทูลเกล้าฯ ถ้าเป็นไปตามแผนนี้ทั้งหมดคาดว่า แผน 14 จะเริ่มประกาศใช้ในเดือน ต.ค. 2570
ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เคยเล่าถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 ว่าผลลัพธ์ในปัจจุบันยังห่างจากเป้าหมาย โดยข้อมูลจาก สศช. ยังยกตัวอย่างสิ่งที่ต้องเร่งแก้ในแผน 14 คือ
นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข อย่างด้านสิ่งแวดล้อม และประสิทธิภาพภาครัฐยังต่ำ และความเชื่อมั่นต่อรัฐยังลดลง
หลังจากนี้คงต้องติดตามกันว่าหากแผน 14 เริ่มใช้จริง ภาครัฐและส่วนที่เกี่ยวข้องจะทำได้จริงแค่ไหน และส่งผลต่อการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยอย่างไรในระยะยาว
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney