
ไทยอยู่ระหว่างสรุปรายละเอียดการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และคาดหวังว่าจะสามารถลงนามได้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายนนี้
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาภาษีสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีของไทย ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการ โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงในหลักการแล้ว เหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย หากมีการพบกันอีกครั้งระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีของไทยในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ในเดือน พ.ย.นี้ ก็ต้องการให้สามารถลงนามได้ในช่วงดังกล่าว
นางศุภจี กล่าวอีกว่าจากการที่ รมว.การค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ได้มาเยือนไทย ได้มีการหารือด้านการค้าระหว่างกัน รวมทั้งเรื่องภาษีทางการค้าและความตกลงการค้าเสรี (FTA) ส่วนการลงนาม FTA จะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้น ต้องพิจารณากรอบด้านกฎหมายก่อน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน จึงจะสามารถลงนามได้ โดยคาดว่าจะลงนามได้ในช่วงต้นปีหน้า และถือเป็นประเทศแรกในตะวันออกกลางที่ประเทศไทยจะได้ลงนามความตกลงการค้าเสรี
“ประเทศไทยมีการค้ากับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่แล้ว เช่น ด้านพลังงาน แต่สินค้าที่ไทยจะนำไปจำหน่ายยังมีไม่มาก การลงนาม FTA ครั้งนี้จะทำให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอื่นๆ ได้มากขึ้น ซึ่งจะทำให้มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นกว่า 10,000-12,000 ล้านบาท เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและเกษตรกร”
นอกจากนี้ รมว.การค้าต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีด้วยว่า เมื่อมีการลงนาม FTA แล้ว จะเข้ามาลงทุนในสาขาต่างๆ เช่น พลังงาน ดาต้าเซ็นเตอร์ และอาหาร รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการเข้ามาเปิดแพลตฟอร์ม เพื่อนำเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ต้องการเพิ่มรายได้ให้กับเอสเอ็มอีไทย